วันที่ 21 ม.ค. 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง)
.

นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครกำหนดให้ทุกสำนักงานเขตดำเนินการเกี่ยวกับการขอจัดตั้งวินใหม่และขอหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่า จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ปัจจุบันในกรุงเทพฯ มีจำนวนวินที่ได้รับอนุญาต ทั้งหมดประมาณ 5,488 วิน จำนวนรถที่ได้รับอนุมัติ ทั้งหมด 61,000 กว่าคัน เขตที่มีวินมากที่สุดคือเขตจตุจักรและเขตที่มีวินน้อยที่สุดคือเขตวังทองหลาง ทั้งนี้ พื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครแบ่งเป็น 5 พื้นที่ โดย พื้นที่ 5 (ครอบคลุมเขตบางกะปิ, บางเขน, บางรัก, ดุสิต, ห้วยขวาง, ปทุมวัน, พญาไท, ป้อมปราบฯ และสัมพันธวงศ์) เป็นพื้นที่ที่มีจำนวนวินมากที่สุด
.

นายสุรจิตต์ ระบุว่า ปัญหาสำคัญเกิดจากการที่บางสำนักงานเขต ไม่เปิดการประชุมคณะอนุกรรมการประจำกรุงเทพมหานครพื้นที่ ซึ่งมีผู้อำนวยการเขตเป็นประธาน เพื่อพิจารณาคำขอจัดตั้งวินใหม่หรือเพิ่มผู้ขับขี่รายใหม่ ทำให้เกิด “วินเถื่อน” (ป้ายขาว) เช่น เมื่อวินเดิมที่มีรายชื่อได้รับอนุญาต 30 ราย แต่เหลือผู้ขับขี่จริงเพียง 10 ราย หากสำนักงานเขตไม่เปิดให้ลงทะเบียนผู้ขับขี่รายใหม่ให้ถูกต้องตามระบบ อีก 20 รายที่เหลือ จึงกลายเป็นช่องว่างให้รถป้ายขาวเข้ามาวิ่งแทนที่ โดยกรมการขนส่งทางบกได้มีหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. ขอความร่วมมือให้เปิดรับคำขอและจัดประชุมทุกๆ 3 เดือน (ก.พ., พ.ค., ส.ค. และพ.ย.) แต่บางเขตกลับไม่ดำเนินการตามกำหนด หรือจัดเพียงปีละครั้ง ทำให้ผู้ขับขี่รวมถึงกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก
.
จากนั้นนายสุรจิตต์ ได้กล่าวข้อเสนอแนะต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามคำเรียกร้องของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างว่า ให้ผู้ว่าฯ กทม. กำชับ ผอ.เขตทั้ง 50 เขตในฐานะประธานอนุกรรมการประจำกรุงเทพมหานคร เปิดรับคำขอและจัดประชุมพิจารณาคำขอทุก 3 เดือน (ก.พ., พ.ค., ส.ค. และพ.ย.) อย่างเคร่งครัดตามหนังสือสั่งการ
.

ด้านสมาชิกสภากรุงเทพมหานครร่วมกันอภิปรายแสดงความเห็น อาทิ นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง อภิปรายว่า รถจักรยานยนต์รับจ้างมีความสำคัญอย่างมากต่อการเดินทางในกรุงเทพฯ เนื่องจากความสะดวกรวดเร็ว หากมีระบบแอปพลิเคชันกลางของ กทม. จะช่วยคัดกรองผู้ขับขี่ที่ไม่ได้ลงทะเบียนออกไป และทำให้การควบคุมดูแลมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อประโยชน์ของชาวกรุงเทพฯ
.

นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน อภิปรายว่า วินมอเตอร์ไซค์แบบเดิมถูกจำกัดด้วยระบบ “ป้ายเหลือง” ที่ต้องรายงานตัวทุก 2 ปี มิเช่นนั้นจะขาดสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันรถ “ป้ายขาว” (รถส่วนบุคคล) ที่วิ่งผ่านแอปพลิเคชันมีจำนวนมากกว่าป้ายเหลือง เพราะเข้าสู่ระบบได้ง่ายและรวดเร็วกว่า
.

ด้านนายวิรัช คงคาเขต ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ เสนอให้ กทม. ออกระเบียบควบคุมเรื่องสุขลักษณะและความสะอาดของอุปกรณ์บริการ เพื่อสุขอนามัยของผู้โดยสาร เพราะมีการร้องเรียนจากประชาชนเรื่องความสะอาดของเสื้อวินและหมวกกันน็อก เนื่องจากผู้ขับขี่บางรายมีเสื้อเพียงตัวเดียวและใส่ทุกวัน
.

นายจักกพันธ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า สำนักเทศกิจได้แจ้งเวียนให้ทุกเขตสามารถรับคำขอจัดตั้งวินใหม่หรือเพิ่มผู้ขับขี่ได้ทุกวันทำการ กำหนดให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการระดับเขตอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งหากมีความจำเป็น
.

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริม ปัจจุบัน กทม. มีข้อมูลพิกัดที่ตั้งของวินที่ถูกกฎหมายทุกวินในระบบ GIS ซึ่งสามารถตรวจสอบจำนวนสมาชิกและตัวตนผู้ขับขี่ได้ และมีแผนจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน (เช่น Traffy Fondue) เพื่อให้ประชาชนสามารถรายงานปัญหาหรือตรวจสอบข้อมูลวินได้สะดวกขึ้น
.

“วินมอเตอร์ไซค์คือ ‘กำลังหลัก’ และเป็น ‘Feeder’ สำคัญที่เข้าถึงทุกซอกซอยและช่วยแก้ปัญหาจราจรได้ดีที่สุด” นายสุรจิตต์ กล่าวสรุปก่อนที่ประชุมสภา กทม. จะมีมติเห็นชอบและส่งต่อให้ฝ่ายบริหารดำเนินการพิจารณาต่อไป
————————–
ผู้ชมทั้งหมด 22 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 22 ครั้ง