
.
วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 11.40 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 4) โดยมี นายวิพุธ ศรีวะอุไร เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณากระทู้ถามสด เรื่องความคืบหน้าโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่เขตยานนาวา ของ นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตยานนาวา
.

.

นายพุทธิพัชร์ กล่าวว่า ตนต้องขอขอบคุณผู้ว่าฯ และคณะบริหารที่สนับสนุนเขตยานนาวาที่ขณะนี้มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมหาศาล แต่ขณะนี้ประชาชนทั้งจากเขตบางรัก เขตบางคอแหลม หรือเขตสาทร วิ่งผ่านถนนพระราม 3 ซึ่งตนเคยนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภากทม.หลายครั้งแล้ว และมีการเร่งรัดจากผู้ว่าฯ กทม. ที่ไปลงพื้นที่เอง ที่ผ่านมามีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา ทั้งการปรับปรุงระบบ BRT โดยเปลี่ยนวัสดุเพื่อลดอุบัติเหตุ รวมถึงการแก้ไขฝาท่อจากกว่า 70 จุด เหลือเพียง 2-3 จุด แต่ประชาชนยังคงตั้งคำถามถึงความคืบหน้าโครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนพระราม 3 ช่วงแยกถนนตกถึงถนนเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นงบผูกพันปี 2569–2570 ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด และระหว่างก่อสร้างจะมีมาตรการบริหารจัดการจราจรอย่างไร
.
.

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า ปัญหาถนนพระราม 3 ถือเป็น ‘ตำนาน’ บทหนึ่งรองจากถนนพระราม 2 ช่วงแรกที่ตนเข้ามาทำงานเป็นถนนแรกที่ตนลงไปดูร่วมกับผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สภาพทรุดโทรมที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งต้องเปิดฝาบ่อกลางถนนจำนวนมากกว่า 119 จุด ส่งผลให้พื้นผิวถนนขรุขระ โดยปัจจุบัน กฟน. ได้ส่งคืนพื้นที่แล้วกว่า 80 จุด เหลืออีกประมาณ 40 จุด และจะดำเนินการซ่อมแซมบริเวณฝาบ่อประมาณ 180 ตารางเมตร
.
ส่วนการปรับปรุงผิวจราจร กทม. ได้รับงบประมาณจำนวน 557 ล้านบาท ครอบคลุมระยะทางรวม 23 กิโลเมตร คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้ในเดือนพฤษภาคม 2569 และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคม 2570 ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
.

นายพุทธิพัชร์ ยังได้สอบถามถึงความคืบหน้าโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองช่องนนทรี ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากเขตบางรักและสาทร โดยโครงการดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนอย่างดี และกลายเป็นพื้นที่สาธารณะสำคัญของเมือง พร้อมเสนอให้พิจารณายกระดับพื้นที่ช่วงปลายโครงการบริเวณถนนพระราม 3 เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการข้ามถนน
.

ด้านผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า โครงการคลองช่องนนทรีดำเนินการเป็น 4 ระยะ โดย 3 ระยะแรกเสร็จสิ้นแล้ว ครอบคลุมช่วงสุรวงศ์–สาทร–นราธิวาส–ถนนจันทน์ และได้ส่งมอบให้สำนักสิ่งแวดล้อมดูแลเรียบร้อยแล้ว ส่วนระยะที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงถนนจันทน์ถึงถนนพระราม 3 ระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 350 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมจัดหาผู้รับจ้าง คาดว่าจะได้ผู้รับจ้างในเดือนสิงหาคม 2569 และจะดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2570 พร้อมกันนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ชี้แจงกรณีมีข้อกังวลในสังคมออนไลน์เรื่องการตัดต้นพิกุลว่า ไม่ได้มีการตัดต้นไม้ดังกล่าว แต่เป็นการดูแลและปลูกเพิ่ม โดยมีรุกขกรดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงปรับปรุงภูมิทัศน์คลองและทางเท้าให้เหมาะสมกับการใช้งานของประชาชน
.

นายพุทธิพัชร์ยังสอบถามถึงความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณคลองวัดช่องลมและชุมชนโรงสี ซึ่งมีการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนมาตลอด จนวันนี้สำนักการระบายน้ำได้ตั้งงบประมาณเพื่อให้กรุงเทพมหานครในงบปี 2569 อยากสอบถามความคืบหน้าและเสร็จเมื่อไหร่ ชัดเจนอย่างไร สามารถสร้างมาตรฐานการป้องกันน้ำท่วมในช่วงระหว่างรอการก่อสร้างได้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างไร
.

นายชัชชาติ ชี้แจงว่า จำเป็นต้องก่อสร้างแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมจากสถานีสูบน้ำนางลิ้นจี่ แต่ติดปัญหาชุมชนที่รุกล้ำพื้นที่ประมาณ 67 หลังคาเรือน ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างได้ โดยปัจจุบัน กทม. อยู่ระหว่างการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีแนวโน้มเป็นไปด้วยดี เนื่องจากผู้นำชุมชนให้ความร่วมมือ โดยโครงการนี้คาดว่าจะลงนามสัญญาได้ในเดือนพฤษภาคม 2569 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 360 วัน และจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2570 ผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับว่า การรื้อย้ายชุมชนอาจสร้างความไม่สะดวกและผลกระทบต่อประชาชนบางส่วน แต่เป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่จำเป็น และจะช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมขอบคุณสภา กทม. ที่สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการดังกล่าว
——————–
ผู้ชมทั้งหมด 18 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 18 ครั้ง