.
เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 12.55 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 4) โดยมี นายฉัตรชัย หมอดี รองประธานสภากรุงเทพมหานครคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติของ นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง เรื่อง ‘ขอให้กรุงเทพมหานครประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณายกเลิกใบส่งตัวสำหรับผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ’
.

.

นายสุทธิชัย กล่าวว่า เหตุที่ยื่นญัตติเข้ามาเพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่ได้รับการแก้ไข ประชาชนเจ็บไข้ได้ป่วยรักษาตัวในคลินิกเล็กๆ จนอาการเกินศักยภาพคลินิกจะรักษา แต่กลับไม่มีความพยายามที่จะส่งตัว รักษาเพียงให้ยากินเท่านั้น ซึ่งใบส่งตัวสำหรับผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ชี้แจงรายละเอียดหลักเกณฑ์การเข้ารับบริการสำหรับผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) ที่ไม่ต้องใช้ใบส่งตัวใน 4 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วยต่างถิ่น, กรณีฉุกเฉินวิกฤต, นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ และกรณีโรคมะเร็งรักษาทุกที่
.

นายสุทธิชัย กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นคือผู้ป่วยสิทธิบัตรทองเข้ารับการรักษาในคลินิกหรือโรงพยาบาลเอกชน แต่ไม่ได้รับการออกใบส่งตัว หรือใบส่งตัวล่าช้าเพื่อไปรักษาต่อในโรงพยาบาลรัฐที่มีศักยภาพสูงกว่าอย่างทันท่วงที เป็นเหตุให้ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนักและเสียชีวิต ซึ่งการลดขั้นตอนแบบไม่ถูกต้องทำให้ละเลยความจำเป็นของผู้ป่วย ส่งผลให้เกิดการปฏิเสธการออกใบส่งตัวโดยไม่เหมาะสม ระบบการจัดการที่ซับซ้อนทำให้ผู้ป่วยต้องรอคิวยาวนาน ปัญหานี้สะท้อนถึงช่องว่างในระบบสุขภาพที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้ทันท่วงทีและลดความเหลื่อมล้ำในระบบสุขภาพ
.
นายสุทธิชัยกล่าวต่อไปว่า แต่กรณีไม่ใช้ใบส่งตัวยังไม่ครอบคลุมในทุกกรณี เช่น กรณีส่งต่อเพื่อการวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะทางมากขึ้นยังคงต้องใช้ใบส่งตัว ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน จึงเกิดความล่าช้าต้องเดินทางไป-กลับสถานพยาบาลประจำหลายครั้ง ดังนั้นเพื่อให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ควรลดความสับสน ลดภาระด้านเอกสารและลดกระบวนการขั้นตอนที่ยุ่งยาก กรุงเทพมหานครจึงควรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับลดหรือยกเลิกใบส่งตัวในทุกกรณี โดยใช้ระบบเครือข่ายข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้มากขึ้น และอยากเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ช่วยกัน เพราะเรื่องนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปฏิรูปโดยเร็ว
.

.

ด้าน นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก. เขตคลองสาน กล่าวว่า ตนอยากฝากกรณีประชาชนที่มีสิทธิอยู่ในคลินิกปฐมภูมิและทุติยภูมิโรงพยาบาลตากสิน ถูกย้ายสิทธิออกไปโดยไม่มีการแจ้ง ให้ไปใช้สิทธิอยู่ที่โรงพยาบาลไกลๆ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับคำชี้แจง จึงฝากฝ่ายบริหารช่วยตรวจสอบ
.

.

ด้านพญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า ในการส่งตัวนั้นหากคลินิกไม่ส่งตัวจะมีระบบของ 1330 ซึ่งส่งตัวให้ รวมถึงส่วนศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพเวชศาสตร์เขต (UMSC) ของโรงพยาบาล ซึ่งเราเปิดทั้งโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ และสาธารณสุขทั้งหมด หากอาการไม่รุนแรงควรเริ่มรักษาที่คลินิกหน่วยปฐมภูมิก่อนหรือไปรักษาที่ไหนก็ได้(OP anywhere) ส่วนกรณีฉุกเฉินหรือมีเหตุจำเป็นสามารถเข้ารับบริการที่หน่วยบริการใดก็ได้ทันที แต่หากเกินศักยภาพหน่วยงานปฐมภูมิต้องขอใบส่งตัวเพื่อไปโรงพยาบาล
.
ขณะนี้ กทม. ได้พัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วย (Referral System) จนเป็นแพลตฟอร์ม ‘BKK Referral’ โดยเปลี่ยนระบบจากกระดาษเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถส่งต่อและนัดหมายอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการส่งต่อหลายคลินิกตามแผนการรักษา พร้อมนัดหมายและแนบเอกสารทางการแพทย์แบบดิจิทัล แพทย์สามารถติดตามผลการวินิจฉัย ประวัติการรักษา และการให้ยาจากหน่วยบริการปลายทางแบบ Real-time ช่วยลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่และมีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
.

พญ.เลิศลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า ประชาชนจะได้รับการรักษาที่รวดเร็วต่อเนื่องและปลอดภัย ไม่ต้องเดินทางซ้ำซ้อน บุคลากรทางการแพทย์ทำงานสะดวก เอกสารเข้าถึงข้อมูลครบถ้วนเพื่อการตัดสินใจแบบแม่นยำ ลดความซ้ำซ้อนในการรักษา และกรุงเทพมหานครจะได้ยกระดับระบบสาธารณสุขด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนสู่เมืองสุขภาพดีที่ยั่งยืน คาดว่าจะพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบในช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 นี้
———————–
ผู้ชมทั้งหมด 10 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 10 ครั้ง