skip to Main Content
สภา กทม. เห็นชอบ 2 ญัตติรวด จี้ยกระดับตรวจเข้มสถานบันเทิง-ร้านอาหาร ย้ำโศกนาฏกรรม “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ต้องไม่เกิดขึ้นอีก ด้าน “ชัชชาติ” ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ เตรียมปรับมาตรการ ขันน็อตตรวจเชิงรุกและบูรณาการเข้มทุกเขต

สภา กทม. เห็นชอบ 2 ญัตติรวด จี้ยกระดับตรวจเข้มสถานบันเทิง-ร้านอาหาร ย้ำโศกนาฏกรรม “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ต้องไม่เกิดขึ้นอีก ด้าน “ชัชชาติ” ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ เตรียมปรับมาตรการ ขันน็อตตรวจเชิงรุกและบูรณาการเข้มทุกเขต

วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) โดยมีนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาญัตติของนายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก. เขตบางรัก เรื่องขอให้กรุงเทพมหานครยกระดับมาตรฐานกำกับดูแล ตรวจสอบ และส่งเสริมความปลอดภัยของอาคารและสถานประกอบการ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และญัตติของนายณพวิทย์ วงศ์อารีย์ ส.ก. เขตหลักสี่ เรื่องขอให้กรุงเทพมหานครเร่งดำเนินการกำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันอัคคีภัยในสถานประกอบการ ร้านอาหาร และสถานบริการ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยญัตติทั้ง 2 เรื่องมีความคล้ายกัน ประธานจึงขอให้พิจารณาในคราวเดียวกัน
.
🌟นายวิพุธกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการซึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง รวมถึงฝ่ายบริหารที่สั่งการให้ปูพรมตรวจสอบทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรุงเทพมหานครมีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น มาตรฐานความปลอดภัยของอาคารจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้ประกอบการหรือผู้ใช้อาคารเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยสาธารณะ
.
“เราไม่ได้ขาดกฎหมายหรือจำเป็นต้องมีกฎหมายเพิ่ม แต่คำถามคือจะทำอย่างไรให้กฎหมายที่มีอยู่ถูกบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เราพบข้อบกพร่องหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อาคารผิดประเภทจากที่ได้รับอนุญาต หรือทางหนีไฟที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน” นายวิพุธกล่าว
.
🌟นายวิพุธกล่าวต่อไปว่า จากเหตุเพลิงไหม้มีคำถามสำคัญ 4 ประการ ได้แก่
1. ระบบการกำกับดูแลให้ความสำคัญกับการป้องกันมากเพียงพอแล้วหรือไม่
2. ระบบการอนุญาตและการติดตามมีความต่อเนื่องหรือไม่
3. ระบบตรวจสอบและจัดระดับความเสี่ยงมีประสิทธิภาพหรือไม่
4. มีการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานดีเพียงพอหรือไม่
.
นายวิพุธยังกล่าวถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอาคาร โดยยืนยันว่ากรุงเทพมหานครมีอำนาจบังคับใช้อย่างครอบคลุม และสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่ได้ หากไม่มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง มาตรฐานความปลอดภัยอาจไม่สอดคล้องกับการใช้อาคารจริง จึงควรยกระดับการตรวจสอบเชิงรุกให้ตรงกับความเสี่ยง พัฒนาฐานข้อมูลกลาง ส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัย เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงทบทวนกฎหมายและข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
.
🌟ด้านนายณพวิทย์ ส.ก. เขตหลักสี่ กล่าวร่วมไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต 34 รายจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจและความผิดหวังต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและกรุงเทพมหานคร เพราะไม่ใช่เหตุการณ์ลักษณะนี้ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการทำงานที่หละหลวม และทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดจึงยังปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ทั้งที่ประชาชนไม่ควรต้องเป็นผู้เสี่ยงคาดเดาเองว่าสถานประกอบการใดปลอดภัยหรือไม่
.
นายณพวิทย์กล่าวต่อด้วยว่า สิ่งที่น่ากังวลคือสถานประกอบการเหล่านี้มีความปลอดภัยจริงหรือไม่ และกรุงเทพมหานครเคยบังคับใช้กฎหมายและตรวจสอบอย่างจริงจังเพียงใด อย่างในเขตหลักสี่มีร้านอาหารที่เปิดโดยไม่ได้ขออนุญาต เมื่อไปตรวจก็พบว่ามาตรฐานต่ำ ใช้วัสดุเกรดไม่ได้คุณภาพ ขณะที่เขตโซนนิ่งในกรุงเทพมหานครที่จำกัด ทำให้ผู้ประกอบการที่อยากจะเปิดร้านเลี่ยงไปจดทะเบียนเป็นร้านอาหารในโซนอื่น ที่สำคัญคือการละเลยของเจ้าหน้าที่ ทุกวันนี้เราแก้ปัญหาแบบวัวหายล้อมคอก
🌟“ผมสงสัยเหลือเกินว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารที่นำโดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ท่านเคยทำอะไรกับสถานประกอบการเหล่านี้บ้างหรือไม่ ถ้าบอกว่าตรวจแล้ว ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เจ้าหน้าที่ กทม. ทำได้หมดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทำไมไม่ทำ ที่บอกว่าตรวจแล้ว ผมอยากรู้ว่าตรวจอะไร” นายณพวิทย์กล่าว
.
🌟จากนั้น นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก. เขตลาดกระบัง กล่าวว่า นอกจากเรื่องทางหนีไฟแล้ว ตนอยากให้กรุงเทพมหานครไปตรวจสอบเรื่องเสียงด้วย เพราะเด็กเล็กไม่สามารถนอนหลับได้ ขณะที่นักศึกษาที่ต้องการอ่านหนังสือก็ต้องทนกับเสียงตะโกนและเสียงดังจากสถานประกอบการ พร้อมเสนอให้เจ้าหน้าที่มีเครื่องตรวจวัดระดับเสียงสำหรับใช้ตรวจสอบในพื้นที่
.
🌟ขณะที่นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก. เขตทุ่งครุ ตั้งคำถามว่า เวลาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสถานประกอบการได้แจ้งก่อนหรือไม่ และเสนอให้จัดทำสติกเกอร์แสดงประเภทของสถานประกอบการติดไว้บริเวณหน้าร้าน เพื่อให้เห็นชัดว่าได้รับอนุญาตเป็นร้านอาหารหรือสถานประกอบการประเภทใด รวมถึงสอบถามว่า สถานประกอบการที่ตรวจไม่ผ่านยังได้รับการอะลุ่มอล่วยหรือไม่
.
🌟ด้านนายสมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก. เขตสายไหม กล่าวว่า หากปล่อยให้เรื่องเงียบ ในอนาคตก็อาจเกิดขึ้นอีก ตนเชื่อว่ากฎหมายที่มีอยู่เพียงพอแล้ว แต่สิ่งที่ตนห่วงที่สุดคืออาคารเก่า เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่จะไม่รู้ หากเขตไหนดำเนินการตรวจสอบไม่ได้ ควรเปลี่ยนตัวคนทำงาน จะได้มีคนดี ๆ มาทำงานให้กรุงเทพมหานคร
.
🌟นายอดิเจษฎ์ ประยูรพฤกษ์ ส.ก.เขตพระนคร กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุโรงเบียร์ ตนได้ไปตรวจที่ถนนข้าวสาร พบว่าหลายแห่งยังมีความบกพร่อง เช่น ระบบไฟฉุกเฉินใช้งานไม่ได้จริง ซึ่งถนนข้าวสารเปรียบเสมือนสถานที่รับแขกของประเทศไทย ปัญหาดังกล่าวจึงอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว
.
🌟นางสาวภัคญดา อำนวยเดชกร ส.ก.เขตวัฒนา กล่าวว่า จากการตรวจสถานประกอบการในเขตวัฒนา พบข้อสังเกตเกี่ยวกับการดัดแปลงพื้นที่และข้อจำกัดด้านถนน ระบบการตรวจสอบควรพิจารณาสภาพการใช้งานจริง ไม่ควรดูเพียงว่าสถานประกอบการมีใบอนุญาตกี่ใบ แต่ควรตรวจสอบด้วยว่าใบอนุญาตนั้นมีมาตรฐานหรือไม่ เราควรปรับระบบการขออนุญาตไม่ให้ซ้ำซ้อน เหมือนประเทศสิงคโปร์ ซึ่งใช้แพลตฟอร์มกลางเป็น One-Stop Service
.
🌟ว่าที่ร้อยตรีไซราม ประกายกิจ ส.ก. เขตสาทร กล่าวว่า สถานประกอบการที่อยู่ในอาคารสูงมีความเสี่ยงมากกว่าร้านทั่วไป ทั้งจำนวนชั้นที่สูงขึ้นมีผลต่อการลำเลียงผู้บาดเจ็บ หากไม่มีช่องระบายอากาศอาจทำให้เกิดผู้เสียชีวิตและรถดับเพลิงเข้าถึงยาก
.
🌟นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก. เขตมีนบุรี กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนถึงตอนนี้ กรุงเทพมหานครได้ตรวจสอบสถานที่จริงแล้วหรือไม่ ทั้งเรื่องใบอนุญาตและการดัดแปลงอาคาร
.
✅จากนั้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาแทบไม่มีการขออนุญาตสถานบริการใหม่ เนื่องจากอยู่นอกเขตโซนนิ่ง ผู้ประกอบการจึงมักขอใบอนุญาตร้านอาหารพ่วงกับการแสดงดนตรีและการจำหน่ายสุรา ซึ่งกรมสรรพสามิตมีหน้าที่ออกใบอนุญาต กฎหมายที่ให้อำนาจกรุงเทพมหานครมากที่สุดคือ พ.ร.บ.การสาธารณสุข ที่ผ่านมาเราจะมีรายการที่ต้องไปตรวจ แต่การตรวจไม่ได้เข้มข้นเหมือนสถานบริการ เพราะไม่ได้อยู่ในประเภทสถานบริการตามกฎหมาย
.
ทั้งนี้ ตนไม่ได้สรุปว่าสถานประกอบการผิดหรือไม่ แต่กำลังอธิบายถึงข้อจำกัดของระบบตรวจสอบในปัจจุบัน ซึ่งหลายประเด็นอาจไม่ได้ปรากฏอยู่ในรายการตรวจสอบเดิม
.
ส่วนเหตุการณ์โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครผิด จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ทางร้านติดตั้งแผ่นยิปซัมบริเวณเพดาน ซึ่งสามารถทนไฟได้ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ด้านหลังแผ่นยิปซัมมีโฟมโพลียูรีเทน หรือโฟมพียู ฉีดอยู่บริเวณรอบสายไฟ ทำให้เกิดไฟปะทุเหนือฝ้าเพดาน ก่อนที่แผ่นยิปซัมจะไม่สามารถรับความร้อนได้
.
✅นายชัชชาติกล่าวว่า การตรวจอาคารลักษณะนี้ทำได้ยาก เพราะต้องตรวจสอบรายละเอียดว่า ภายในฝ้าเพดานหรือส่วนที่มองไม่เห็นมีวัสดุชนิดใดติดตั้งอยู่บ้าง ฝ่ายบริหารจึงหารือกันว่าจะวางมาตรการตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้น และอาจนำมาตรฐานเดียวกับการตรวจสถานบริการมาใช้ ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ สถานประกอบการหลายแห่งมีสภาพเรียบร้อย จึงอาจต้องเพิ่มการสุ่มตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้าให้มากขึ้น ส่วนการควบคุมเวลาเปิด–ปิด สถานบริการที่เปิดหลังเที่ยงคืนอยู่ในอำนาจหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ประสานงานแล้ว เดิมแนวทางของกรุงเทพมหานครคือไม่แจ้งล่วงหน้าก่อนเข้าตรวจ แต่ปัจจุบันบางกรณีต้องแจ้งล่วงหน้า เพราะมีเอกสารหลายรายการที่ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียม เช่น ใบรับรองจากวิศวกร หากสุ่มตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ผู้ประกอบการอาจไม่สามารถจัดเตรียมเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้
.
“เราเชื่อว่าต้องทำให้ถูกต้อง หากพบว่าผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณาระงับหรือเพิกถอนใบอนุญาต ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง” นายชัชชาติกล่าว
.
✅ด้านนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า กรุงเทพมหานครมีมาตรการเชิงรุกด้านความปลอดภัย ที่ผ่านมาการตรวจสอบของแต่ละหน่วยงานอาจมีลักษณะแยกส่วนแบบไซโล แต่จากนี้จะเพิ่มการบูรณาการร่วมกัน พร้อมจัดทำคู่มือสำหรับผู้ประกอบการ จัดประชุมชี้แจงและอบรม รวมถึงเตรียมทบทวนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
.
ท้ายที่สุด ที่ประชุมมีมติเห็นชอบญัตติทั้ง 2 เรื่อง และส่งให้ฝ่ายบริหารพิจารณาดำเนินการต่อไป
———————————

ผู้ชมทั้งหมด 30 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 30 ครั้ง

This Post Has 0 Comments
กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
Back To Top