skip to Main Content
สภา กทม. เห็นชอบญัตติ “ดร.จอห์น” แฉปัญหานม-อาหารเด็ก จี้ทบทวน “ระบบครัวกลาง” หวั่นเสี่ยงปนเปื้อน

สภา กทม. เห็นชอบญัตติ “ดร.จอห์น” แฉปัญหานม-อาหารเด็ก จี้ทบทวน “ระบบครัวกลาง” หวั่นเสี่ยงปนเปื้อน

✨ (22 ต.ค. 69) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปี 2569 ณ อาคารไอราวัตพัฒนา โดยมี นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบญัตติของ นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา (ดร.จอห์น) สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตลาดกระบัง ในการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการโรงเรียนสังกัด กทม.
.
👉 “ดร.จอห์น” สะท้อน 3 ปัญหาใหญ่โรงเรียนสังกัด กทม.
1. ด้านอาหารกลางวันและนมโรงเรียน
อาหารเช้า: ได้รับงบประมาณ 15 บาท แต่ส่วนใหญ่หมดไปกับนมโรงเรียน งบที่เหลือถูกนำไปซื้อเบเกอรี เช่น โดนัท คุกกี้ ซึ่งขาดคุณค่าทางโภชนาการและเสี่ยงต่อภาวะโรคอ้วนในเด็ก
อาหารกลางวัน แม้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 25 บาท และ กทม. อุดหนุนเพิ่ม 1–3 บาท ตามขนาดโรงเรียน แต่จากการตรวจสอบกลับพบเมนูที่ไม่เหมาะสมกับเด็กอนุบาลหรือเด็กเล็ก เช่น เมนูรสเผ็ดจัด (คั่วกลิ้ง ต้มยำ แกงอ่อม) เมนูมีก้างปลา รวมถึงอาหารแปรรูป (ไส้กรอก แฮม ปลาทอดมีแต่แป้ง) ขนมหวาน และน้ำหวาน
การบริหารจัดซื้อจัดจ้าง กระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการรายเดิม
นมโรงเรียนขนาด 200 มล. ใหญ่เกินไปสำหรับเด็กเล็ก และมีเพียงรสจืดทำให้เด็กเบื่อจนดื่มไม่หมด นำไปสู่การลักลอบนำไปขายต่อบนแพลตฟอร์มออนไลน์ นอกจากนี้ ฉลากยังไม่มีการแสดงข้อมูลโภชนาการ (พลังงาน ไขมัน โซเดียม) ชัดเจนเหมือนนมทั่วไป
ข้อเสนอแนะ : กำหนดเมนูมาตรฐานกลางแยกตามช่วงวัย ตัดอาหารแปรรูปและขนมหวานออก เพิ่มผลไม้สด ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมตรวจสอบผ่านโซเชียลมีเดียของโรงเรียน ปรับลดขนาดยานมให้เหมาะกับเด็กเล็ก (100–120 มล.) เพิ่มความหลากหลาย เช่น นมอัดเม็ด และระบุฉลากโภชนาการให้ชัดเจน
.
2. ด้านงบประมาณซ่อมแซมและสิ่งอำนวยความสะดวก
งบซ่อมแซม โรงเรียนได้รับงบฯ เท่ากันที่ 500,000 บาท ทั้งที่โรงเรียนขนาดใหญ่มีภาระและความเสียหายมากกว่า อีกทั้งระเบียบการเบิกจ่ายไม่ยืดหยุ่น บังคับให้จัดซื้อครุภัณฑ์รูปแบบเดิมที่ไม่สามารถหาได้ตามท้องตลาด
สภาพแวดล้อม ห้องน้ำชำรุด ประตูล็อกไม่ได้ สายฉีดชำระเสียหาย และส่งกลิ่นเหม็น
ข้อเสนอแนะ ให้สำนักการศึกษาเป็นเจ้าภาพดูแลภาพรวม จัดสรรงบประมาณตามขนาดโรงเรียน (S, M, L) เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้จ่ายงบฯ ตามความจำเป็นจริง และสื่อสารเกณฑ์การประเมิน KPI แก่ผู้บริหารโรงเรียน
.
3. ด้านสิทธิประโยชน์นักเรียนต่างชาติ
ปัจจุบัน กทม. และรัฐบาลต้องใช้วงเงินกว่า 379 ล้านบาทต่อปี ในการดูแลนักเรียนที่ไม่ถือสัญชาติไทยจำนวน 26,563 คน (จากนักเรียนทั้งหมด 256,408 คน) ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกับเด็กไทย
ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ: ยังไม่มีระบบติดตามข้อมูลหรือผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนกลุ่มนี้หลังจบการศึกษา จึงเสนอให้จัดทำระบบจัดเก็บและติดตามข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน
📌 ส.ก. รุมค้าน “โครงการครัวกลาง” หวั่นอาหารบูดเสีย-ไร้โภชนาการ
✨ นายฉัตรชัย หมอดี (ส.ก. เขตบางนา) แสดงความกังวลกรณีพบ “ปลาทอดทิพย์” หรือปลาผสมแป้งในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้นที่สุด
✨ นายวิพุธ ศรีวะอุไร (ส.ก. เขตบางรัก) ตั้งคำถามถึงโครงการนำร่องครัวกลาง 7 แห่ง ที่ต้องขนส่งอาหารไปยังโรงเรียนต่างๆ ซึ่งการเดินทางอาจทำให้คุณค่าทางอาหารลดลง เสี่ยงต่อการปนเปื้อนในภาชนะ และหากเกิดปัญหาจราจรติดขัดหรืออุบัติเหตุ จะไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิและความสดใหม่ของอาหารได้ จึงเสนอให้ยกระดับครัวเดิมของโรงเรียนให้ได้มาตรฐานจะเหมาะสมกว่า
✨ นางสาวรัชญา เพ็งสุข (ส.ก. เขตลาดพร้าว) ชี้ว่า กทม. ถอดแบบครัวกลางมาจากเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี แต่สภาพการจราจร ระยะทาง และอากาศของไทยแตกต่างกันมาก หากเกิดการบูดเสียหรือปนเปื้อนจากแหล่งผลิตเดียว จะส่งผลกระทบต่อหลายโรงเรียนพร้อมกัน อีกทั้งค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นอาจไปบั่นทอนงบจัดซื้อวัตถุดิบ
✨ นายสมชาย เวสารัชตระกูล (ส.ก. เขตสายไหม) ย้ำว่า หากเกิดการปนเปื้อนในระบบครัวกลางจนเด็กนักเรียนหลายพันคนต้องเข้าโรงพยาบาลพร้อมกันจะแก้ไขอย่างไร กทม. ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของอาหารที่ต้องร้อน มีโภชนาการครบถ้วน และเพียงพอ พร้อมเห็นด้วยให้ปรับเกณฑ์จัดสรรงบปรับปรุงโรงเรียนตามขนาด
📌 กทม. แจงงบอุดหนุน ยันพร้อมหารือจัดสรรงบฯ ตามขนาดโรงเรียน
👉 นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า งบประมาณอาหารกลางวันมื้อละ 25 บาท เป็นไปตามมติ ครม. โดยรัฐบาลจัดสรรให้มื้อละ 22–24 บาท ตามขนาดโรงเรียน และ กทม. ได้สมทบเพิ่มอีก 1–3 บาท เพื่อให้ครบ 25 บาทเต็ม
สำหรับเมนูอาหาร โรงเรียนจะเป็นผู้เลือกให้เหมาะกับบริบท โดยมีระบบ Thai School Lunch for BMA เข้ามาช่วยคุมมาตรฐาน และมีการกำชับผู้อำนวยการโรงเรียนให้คำนวณคุณค่าทางโภชนาการอย่างสม่ำเสมอ
ส่วนข้อเสนอเรื่องการจัดสรรงบประมาณตามขนาดโรงเรียน (S, M, L) ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ เพื่อให้การสนับสนุนครอบคลุมและเกิดประโยชน์สูงสุด และพร้อมนำทุกข้อเสนอแนะไปปรับปรุงการทำงานให้ถูกต้องตามระเบียบต่อไป
…….

ผู้ชมทั้งหมด 20 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 20 ครั้ง

This Post Has 0 Comments
กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
Back To Top