skip to Main Content
ส.ก.พญาไทจี้กทม. ผลักดันสร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว หลังค้างแผนกว่า 20 ปี พร้อมตั้งข้อกังขาปมคิดค่าโดยสารสถานีที่ยังไม่เปิดใช้

ส.ก.พญาไทจี้กทม. ผลักดันสร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว หลังค้างแผนกว่า 20 ปี พร้อมตั้งข้อกังขาปมคิดค่าโดยสารสถานีที่ยังไม่เปิดใช้

✨ (4 พ.ย. 69) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 4) ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง โดยมีนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม นายวรวิทย์ ฉายสุวรรณ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตพญาไท ตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวในพื้นที่เขตพญาไท โดยมุ่งประเด็นการก่อสร้างสถานีเสนาร่วม (N6) ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ และการจัดเก็บค่าโดยสารที่นำสถานีดังกล่าวมาคำนวณ ทั้งที่ยังไม่มีการเปิดให้บริการ
.
✨ นายวรวิทย์ ได้สอบถามถึงความคืบหน้าการก่อสร้าง สถานีเสนาร่วม (N6) บนรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ช่วงระหว่างสถานีสะพานควาย N7 และสถานีอารีย์ N5) ซึ่งบรรจุในแผนมาตั้งแต่ปี 2542 แต่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ทั้งที่พื้นที่รอบข้างเติบโตอย่างรวดเร็ว มีทั้งคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน ธนาคาร และโรงพยาบาลจำนวนมาก จะเห็นได้ว่าสถานีเสนาร่วมมีความสำคัญต่อการเดินทางและการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะของประชาชนในพื้นที่ พร้อมตั้งข้อสังเกตเรื่องการนำสถานี N6 ไปคำนวณในตารางอัตราค่าโดยสาร ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าเดินทางที่สูงขึ้น
.
✨ นายวรวิทย์ ได้สอบถามใน 2 ประเด็นหลักคือ 1. ความชัดเจนในการสร้างสถานี N6 ก่อนการโอนสิทธิและทรัพย์สินให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กทม. มีเงื่อนไขการก่อสร้างสถานีนี้อย่างไร และประชาชนจะเรียกร้องจากหน่วยงานใดได้บ้าง และ 2. ความสมเหตุสมผลของการคิดค่าโดยสาร เหตุใดผู้รับสัมปทานจึงนำสถานี N6 ที่ยังไม่เปิดให้บริการมารวมคำนวณระยะทางและจำนวนสถานี จนทำให้ค่าโดยสารสูงเกินจริง (ยกตัวอย่างช่วงสะพานควาย–อารีย์ 1.6 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 25 บาท ซึ่งสูงกว่าช่วงส่วนต่อขยายที่ระยะทางไกลกว่า)
.
👉 ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า สัญญาสัมปทานเดิมกำหนดให้สร้างไม่น้อยกว่า 17 สถานี (ปัจจุบันเปิดใช้แล้ว 24 สถานี รวมสถานีเซนต์หลุยส์ S4) ส่วนสถานีเสนาร่วม (N6) ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในสัญญาสัมปทานโดยตรง แต่เป็นแนวคิดการก่อสร้างเพิ่มเติมในอนาคตขึ้นอยู่กับผู้รับสัมปทาน อย่างไรก็ดี กทม. เห็นว่าสถานีนี้มีความสำคัญ และจะช่วยประสานผลักดันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยต้องพิจารณาเงื่อนไขสัญญาสัมปทานที่จะสิ้นสุดในปี 2572
👉 ในส่วนของโครงสร้างค่าโดยสาร รองผู้ว่าฯ กทม. แจงว่า เส้นทางส่วนสัมปทานเดิมใช้หลักเกณฑ์คิดค่าโดยสารตามระยะทางจริง ซึ่งระบบคำนวณได้รวมโครงข่ายสถานี N6 ไว้ตามแนวเส้นทางที่วางแผนไว้เดิม ทั้งนี้ ไม่สามารถเปรียบเทียบกับช่วงต่อขยาย (เช่น คูคต) ได้ เนื่องจากเป็นสัญญาจ้างเดินรถที่มีรูปแบบและหลักเกณฑ์ต่างกัน
👉 สำหรับเรื่องการโอนทรัพย์สินให้รฟม.: รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า หากมีการโอนระบบไปสู่การบริหารจัดการภาพรวม (Single Owner) จะช่วยให้การกำหนดนโยบายค่าโดยสารมีเอกภาพ และเอื้อต่อการพัฒนาระบบตั๋วร่วม (Common Ticket) ในอนาคต
.
✨ นายวรวิทย์ กล่าวฝากฝ่ายบริหาร กทม. ให้เร่งรัดและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรจุสถานีเสนาร่วมเข้าสู่แผนดำเนินงานจริงโดยเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้บริการ
———-

ผู้ชมทั้งหมด 28 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 28 ครั้ง

This Post Has 0 Comments
กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
Back To Top