skip to Main Content
สภากทม. ถกงบปี 70 ดันระบบปฐมภูมิแก้ปัญหาเตียงเต็ม-ลดความแออัดโรงพยาบาล พร้อมแนะปรับวิธีจัดซื้อครุภัณฑ์เพิ่มความคุ้มค่า

สภากทม. ถกงบปี 70 ดันระบบปฐมภูมิแก้ปัญหาเตียงเต็ม-ลดความแออัดโรงพยาบาล พร้อมแนะปรับวิธีจัดซื้อครุภัณฑ์เพิ่มความคุ้มค่า

วานนี้ (28 ส.ค. 69) ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ในการประชุมคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นายฉัตรชัย หมอดี ประธานคณะกรรมการฯ เป็นประธานการประชุมพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สำนักการแพทย์ และสำนักอนามัย โดยมีผู้บริหารหน่วยงานร่วมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการขอจัดสรรงบประมาณ
.
👨🏻‍⚕️นายสราวุธ อนันต์ชล ส.ก.เขตพระโขนง ประธานคณะอนุกรรมการฯ เข้ารายงานผลการพิจารณางบประมาณของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สำนักการแพทย์ และสำนักอนามัย โดยมีผู้บริหารหน่วยงานเข้าร่วมประชุมชี้แจง โดยคณะกรรมการวิสามัญฯ ได้สอบถามสำนักการแพทย์ในประเด็นของการเข้ารับการรักษาของผู้ที่ไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในกทม. แต่ใช้สิทธิสปสช.ในการรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลของกทม. นายแพทย์เกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ ได้ชี้แจงว่า สำนักการแพทย์มีโรงพยาบาลทั้งหมด 15 โรงพยาบาล มีการรับรักษาผู้ป่วยที่ใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ที่มีทั้งคนกทม. และต่างจังหวัดที่เข้าระบบรวมกว่า 3.2 ล้านสิทธิ ซึ่งสามารถเปลี่ยนสิทธิเป็นสิทธิกทม.ได้ แม้ว่าจะไม่มีภูมิลำเนากทม. นอกจากนั้นยังมีผู้ป่วยสิทธิประกันสังคม ผู้ป่วยสิทธิราชการ จากจำนวนผู้ป่วยที่เยอะมาก ทำให้สำนักการแพทย์ต้องทำงานร่วมกับโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลภาครัฐอื่น ๆ แต่ก็ยังประสบปัญหาเตียงไม่เพียงพอ กทม. จึงมีนโยบายมุ่งส่งเสริม Health Literacy ให้ประชาชนดูแลสุขภาพเบื้องต้น พร้อมแนะนำผู้ป่วยที่มีอาการไม่ซับซ้อนเข้ารับการรักษาที่หน่วยบริการปฐมภูมิ เช่น ศูนย์บริการสาธารณสุข หรือคลินิกชุมชนอบอุ่นใกล้บ้านใน 50 เขตก่อน เพื่อลดเวลาการรอคิว หากมีความจำเป็นต้องรักษาต่อ จะมีระบบ BKK Referral ในการส่งตัวเข้าโรงพยาบาล กทม. อย่างเป็นระบบ
.
💊สำหรับการพิจารณาของสำนักอนามัย คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้สอบถามประเด็นขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยของศูนย์บริการสาธารณสุข ด้านพญ.ดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย ชี้แจงว่าปริมาณผู้ป่วยในศูนย์บริการสาธารณสุขว่าขึ้นอยู่กับพื้นที่ โดยเขตชุมชนหนาแน่นอย่างดินแดงมีผู้รับบริการสูงถึง 200–300 คน/วัน ขณะที่เขตเมือง อย่างบริเวณเยาวราชจะอยู่ที่ 30–50 คน/วัน ทั้งนี้ สนอ. กำลังเร่งเปิดคลินิกพิเศษนอกเวลาให้ครอบคลุมอย่างน้อยเขตละ 1 แห่ง แต่ยังต้องบริหารจัดการเรื่องกำลังคนเนื่องจากบางพื้นที่ยังขาดแคลนบุคลากร
.
🏥นอกจากนี้คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้สอบถามคณะอนุกรรมการฯ ถึงเหตุผลในการตัดงบก่อสร้างอาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 46 กันตารัติอุทิศ สาขาขุมทอง (ศูนย์แพทย์ชุมชนเมือง) ซึ่งประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้ชี้แจงเหตุผลว่า จากที่สนอ.ได้ดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ครั้งที่ 1 มีผู้ยื่นข้อเสนอ 1 ราย แต่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการกำหนดราคากลางใหม่ตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการ e-bidding ในครั้งที่ 2 ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะได้ผู้รับจ้างหรือไม่ ถ้าหากสำนักอนามัยสามารถหาตัวผู้รับจ้างได้ทันในปี 2570 ก็จะสามารถขอจัดสรรงบกลางเพื่อดำเนินโครงการได้ ซึ่งในประเด็นนี้ ดร.จอห์น ได้ขอสงวนความเห็นไม่ตัดงบประมาณรายการดังกล่าว เพื่อให้ที่ประชุมได้พิจารณาลงมติต่อไป เนื่องจากเป็นโครงการสำคัญต่อคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่
.
✅คณะอนุกรรมการฯ ได้ให้ข้อสังเกตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สำนักการแพทย์ และสำนักอนามัย ดังนี้
1. ครุภัณฑ์นอกมาตรฐานที่มีลักษณะการใช้งานประเภทเดียวกัน ควรเปรียบเทียบสเปกและราคากับโรงพยาบาลชั้นนำ และแนบเอกสารสำหรับประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม เช่น มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ควรเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์หรือโรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ ควรเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
2. ครุภัณฑ์ประเภทรถพยาบาลฯ ในขั้นตอนการจัดทำขอบเขตของงาน (TOR) ให้ระบุข้อความเพิ่มเติมในส่วนของ คุณสมบัติทางเทคนิคของรถยนต์ ดังนี้ “ยางล้อเป็นขนาดมาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิต อายุไม่เกิน 1 ปี นับจากเดือนที่ผลิตจนถึงเดือนที่ส่งมอบรถยนต์ และรับประกันคุณภาพไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร”
3. ครุภัณฑ์นอกมาตรฐานที่ต้องขอใบเสนอราคาจากผู้ประกอบการ หน่วยงานควรจัดหาผู้ประกอบการหลักในสายงานนั้นโดยตรงมากกว่าการจัดซื้อผ่านผู้ประกอบการทั่วไป
4. ครุภัณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้ในคุณลักษณะเฉพาะทางและคุณภาพสูง เพื่อรองรับการใช้งานในปริมาณมากและระยะเวลานาน หน่วยงานควรจัดทำขอบเขตของงาน (TOR)และเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดมาตรฐาน ประสิทธิภาพ การรับประกัน และบริการหลังการขายให้คุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้รับ รวมถึงการใช้เกณฑ์การประเมินที่มุ่งเน้นความคุ้มค่าด้านคุณภาพมากกว่าการพิจารณาด้านราคาเพียงอย่างเดียว
5. การจัดซื้อครุภัณฑ์ประเภทเดียวกัน หรือมีคุณลักษณะเหมือนกัน ภายในหน่วยงานเดียวกัน ควรรวบรวมความต้องการและดำเนินการจัดหาเป็นภาพรวมในคราวเดียวเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองราคากับผู้ประกอบการ และอาจจะส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง การใช้งบประมาณลดลง เพื่อให้เกิดความประหยัด คุ้มค่า มีประสิทธิภาพและรักษาประโยชน์สูงสุดของทางราชการ
6. ค่าจ้างเหมาดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย ควรมีการเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาความปลอดภัย เช่น นำ AI และ CCTV มาใช้เสริมความปลอดภัยเพื่อลดค่าใช้จ่ายการจ้างเหมาในระยะยาว
7. ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีเกี่ยวกับครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ควรพิจารณาการจัดสรรงบประมาณให้กับทุกโรงพยาบาล เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ได้มาตรฐานเดียวกัน
.
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดการประชุมพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้ทาง Facebook Fanpage และ YouTube สภากรุงเทพมหานคร
——————

ผู้ชมทั้งหมด 2 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 2 ครั้ง

This Post Has 0 Comments
กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
Back To Top