skip to Main Content
สภากทม. ถกประเด็นวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ด้านผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยันผลสัมฤทธิ์มาตรการเชิงรุก ทำค่าฝุ่นลดลงร้อยละ 12

สภากทม. ถกประเด็นวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ด้านผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยันผลสัมฤทธิ์มาตรการเชิงรุก ทำค่าฝุ่นลดลงร้อยละ 12

วันที่ 21 มกราคม 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง โดยมีนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม
.
⭐นายสุทธิชัย วีระกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง ได้ตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง มาตรการรองรับและแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยกล่าวว่า เนื่องจากระหว่างวันที่ 12-15 มกราคม 2569 กรุงเทพมหานครมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เฉลี่ยอยู่ที่ 55.18 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินกว่า ค่ามาตรฐานที่กำหนดคือ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร😷 และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง ส่งผลให้ภาพรวมคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ
.
✅นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในปีนี้ พบว่ามีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งในด้านจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของฝุ่น โดยเป็นผลจากการดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดโดยรอบ ส่วนเรื่องการสร้างหอปรับอากาศติดตั้งในพื้นที่ที่มักมีค่าฝุ่นสูง เช่น เขตปทุมวัน อาจยังไม่คุ้มกับการลงทุน เนื่องจากต้องใช้เงินทุนมหาศาล ซึ่งคำนวณจากขนาดพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เปิด และมีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการเปลี่ยนไส้กรองที่จะมีขนาดใหญ่เช่นกัน อาจเป็นไปได้ยาก แต่หากมีเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ใหม่ๆ ที่คุ้มค่า จะไม่รีรอที่จะนำมาปรับประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาฝุ่นในกรุงเทพมหานครแน่นอน ซึ่งขณะนี้การต่อสู้กับปัญหาฝุ่นยังคงเป็นสงครามที่ต้องต่อสู้กันทุกวัน เรื่องการดูแลและป้องกันฝุ่นของแต่ละบุคคลก็ต้องการ์ดอย่าตก และเชื่อว่าทุกหน่วยงานก็มีความเข้มข้นในการเร่งแก้ปัญหาฝุ่นกันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
.
นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาฝุ่นของกรุงเทพมหานคร สามารถจำแนกเป็นประเด็นต่างๆ ได้ดังนี้
💡 ตัวเลขสะท้อนผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
จากการติดตามและประมวลผลข้อมูลคุณภาพอากาศ พบว่า จำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 40 ขณะที่ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของ PM2.5 ลดลงร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงประสิทธิผลของมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษและการบริหารจัดการสถานการณ์ฝุ่นของกรุงเทพมหานครในภาพรวม
💡ความร่วมมือข้ามจังหวัด ลดฝุ่นจากต้นทาง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สถานการณ์ฝุ่นดีขึ้น คือความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก ในการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร โดยข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) พบว่า จำนวนจุดเผาในพื้นที่ดังกล่าวลดลงร้อยละ 28 ความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างหลายจังหวัดช่วยลดผลกระทบของฝุ่นจากพื้นที่ต้นลมที่ส่งผลต่อกรุงเทพมหานครได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการรณรงค์ให้ประชาชนที่พบเห็นการเผาแจ้งเข้ามาใน Traffy Fondue
💡การคุมเข้มลดฝุ่นจากการจราจร
กรุงเทพมหานครได้ยกระดับความเข้มงวดในการควบคุมรถควันดำ โดยปรับค่ามาตรฐานควันดำจากเดิมไม่เกินร้อยละ 30 เหลือไม่เกินร้อยละ 20 ส่งผลให้การตรวจจับมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถจับกุมรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 3.5 เท่า
.
🚗นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านโครงการ “รถคันนี้ลดฝุ่น” ซึ่งปัจจุบันมีรถเข้าร่วมโครงการแล้วเกือบ 200,000 คัน ช่วยลดการปล่อยมลพิษจากการจราจรได้ประมาณร้อยละ 9 นอกจากนี้ กทม. ได้ใช้ระบบ Cell Broadcast ในการแจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 โดยระบบดังกล่าวจะทำการแจ้งเตือนเฉพาะพื้นที่เขตที่ตรวจพบค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ เกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับสีแดงเท่านั้น นอกจากนี้ กทม. ได้มีการทบทวนขั้นตอนปฏิบัติมาตรฐาน (SOP) โดยปรับลดรอบการคำนวณค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองจากเดิม 24 ชั่วโมง เป็น 12 ชั่วโมง และกำหนดรอบการส่งข้อความแจ้งเตือน 3 รอบ ได้แก่ เวลา 07.00 น. 12.00 น. และ 17.00 น. เพื่อให้ข้อมูลมีความเป็นปัจจุบันมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มการแจ้งเตือนเป็นภาษาอังกฤษเพื่อรองรับชาวต่างชาติ
.
🏠รวมถึงมาตรการ Work From Home ที่กรุงเทพมหานครประกาศใช้ในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม มีส่วนช่วยลดปริมาณการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเห็นผล โดยพบว่าสามารถลดปริมาณการจราจรเฉลี่ยได้ร้อยละ 8.5 ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 ลดลงจากค่าเฉลี่ย 47.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม เหลือ 19.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 5 ธันวาคม หรือคิดเป็นการลดลงร้อยละ 58
.
🌳ในส่วนของการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ภายใต้นโยบายปลูกต้นไม้ล้านต้น ปัจจุบันกรุงเทพมหานครปลูกต้นไม้ไปแล้วรวม 2,326,667 ต้น แบ่งเป็นไม้ยืนต้น 1,377,340 ต้น โดยในจำนวนนี้มี 932,452 ต้น ที่ปลูกเชิงยุทธศาสตร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เพื่อทำหน้าที่เป็นกำแพงสีเขียวช่วยลดฝุ่นที่พัดมาจากจังหวัดต้นลม นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มสวน 15 นาทีแล้วรวมทั้งสิ้น 441 แห่ง
.
✅กรุงเทพมหานครยืนยันว่าจะเดินหน้ามาตรการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง ทั้งการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในเมือง การทำงานร่วมกับจังหวัดรอบข้าง และการส่งเสริมความร่วมมือจากประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยย้ำว่า ตัวเลขที่ดีขึ้นสะท้อนว่า การแก้ปัญหาฝุ่นต้องทำทั้งระบบ และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
.
👍กรุงเทพมหานครยังร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับมาตรการควบคุมมลพิษจากภาคโรงงาน โดยปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษจากปล่องหม้อน้ำในเขตกรุงเทพมหานครให้เข้มงวดขึ้น และกำหนดให้โรงงานติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษอากาศอัตโนมัติ (Continuous Emission Monitoring System: CEMS) พร้อมรายงานผลแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการกำกับดูแล
—————————-

ผู้ชมทั้งหมด 30 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 30 ครั้ง

This Post Has 0 Comments
กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
Back To Top