skip to Main Content
ส.ก.กิตติพงศ์ ติดตามความคืบหน้าสร้าง “โรงพยาบาลทุ่งครุ” งบ 900 ล้านบาท พร้อมชงเปิดช่องทางรับบริจาคผ่านมูลนิธิฯ

ส.ก.กิตติพงศ์ ติดตามความคืบหน้าสร้าง “โรงพยาบาลทุ่งครุ” งบ 900 ล้านบาท พร้อมชงเปิดช่องทางรับบริจาคผ่านมูลนิธิฯ

วันที่ 21 มกราคม 2569 การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง โดยมีนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม
.
⭐นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ ได้ตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาลทุ่งครุ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจอย่างมาก โดยระบุว่างบประมาณรวมของโครงการอยู่ที่เกือบ 900 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบผูกพันปี 2569 – 2571 จึงต้องการทราบกำหนดการวางศิลาฤกษ์และวันเปิดให้บริการที่ชัดเจน
.
✅รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า โรงพยาบาลทุ่งครุขนาด 100 เตียง จะก่อสร้างบนที่ราชพัสดุ (บริเวณโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพฯ อาทร สังขะวัฒนะเดิม) ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมประกาศร่างเอกสารประกวดราคา (e-bidding) ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ และคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาจ้างได้ภายในต้นเดือนมิถุนายน 2569 โดยโครงการมีระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 600 วัน และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการประชาชนได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2571 สำหรับพิธีวางศิลาฤกษ์จะดำเนินการภายหลังจากได้ตัวผู้รับจ้างในช่วงเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
.
“ตั้งแต่ปี 67 ประชาชนชาวทุ่งครุทราบว่าจะมีการสร้างโรงพยาบาล มีผู้มีจิตศรัทธาในพื้นที่ ติดต่อมาว่าอยากจะบริจาคเงินหลัก 7-8 หลัก เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาล คำถามคือ ระหว่างก่อสร้างนี้ จะสามารถจัดตั้งมูลนิธิหรือกองทุนเพื่อรองรับเงินบริจาคได้เลยไหม หรือต้องรอโรงพยาบาลเสร็จก่อน” นายกิตติพงศ์ กล่าว
.
✅ร.ศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ในระหว่างที่โรงพยาบาลยังก่อสร้างไม่เสร็จ ประชาชนสามารถบริจาคเงินผ่าน “มูลนิธิโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์” ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย โดยระบุวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างหรือจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับโรงพยาบาลทุ่งครุ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้ทันที และจะมีการจัดตั้งมูลนิธิเฉพาะของโรงพยาบาลทุ่งครุเองหลังจากเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการ
.
⭐นอกจากนี้ นายกิตติพงศ์ ยังได้เสนอให้มีหน่วยนิติเวชหรือการชันสูตรเบื้องต้นในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องมุสลิมในเขตทุ่งครุและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งต้องจัดการศพตามหลักศาสนาอย่างเร่งด่วน โดย รศ.ทวิดา กมลเวชช รับเรื่องดังกล่าวพร้อมชี้แจงว่า กรณีการชันสูตรที่เป็นเรื่องทางเทคนิค ปัจจุบัน กทม. ยังอาศัยความร่วมมือกับโรงพยาบาลตำรวจและโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ในเรื่องของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านนิติเวชและเข้าใจหลักศาสนา ปัจจุบัน กทม. มีผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเกษียณแล้วแต่ยังช่วยงานอยู่ ปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ หากจะให้ปฏิบัติงานเป็นช่วงเวลาเพื่ออำนวยความสะดวกตามหลักศาสนา คิดว่าสามารถบริหารจัดการได้ แต่หากจะเป็นบุคลากรประจำหน่วยนั้น ต้องขอวางแผนเรื่องกำลังคนอีกครั้ง ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารจะรับไปศึกษาช่องทางเพื่อให้บริการตามวิถีพหุวัฒนธรรมต่อไป
————————–

ผู้ชมทั้งหมด 18 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 18 ครั้ง

This Post Has 0 Comments
กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
Back To Top