
คกก.วิสามัญฯ พิจารณางบประมาณ 70 ต่อเนื่อง แนะ กทม. ควรปรับเปลี่ยนรางวี ชี้ ทำประชาชนเดือดร้อน




วานนี้ (17 ส.ค. 69) ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ในการประชุมคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นายฉัตรชัย หมอดี ประธานคณะกรรมการฯ เป็นประธานการประชุมพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของสำนักงานเขตหลักสี่ ดอนเมือง ดินแดง ห้วยขวาง คลองสาน บางกอกใหญ่ บางกอกน้อย และบางพลัด โดยมี ผู้อำนวยการเขต คณะผู้บริหารเขต ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด ร่วมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการขอจัดสรรงบประมาณ
.
.
.
1. ควรจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานเขตอย่างเหมาะสมเพียงพอ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่และควรนำความสามารถในการจัดเก็บรายได้มาประกอบการพิจารณา
2. กรณีการก่อสร้าง/ปรับปรุงงานต่างๆ หน่วยรับงบประมาณต้องเข้มงวดและเร่งรัดผู้รับจ้างให้ดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนโดยรอบ เช่น มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการสัญจร เป็นต้น
3. การปรับปรุงซอยต่างๆ ต้องเป็นซอยที่มีสภาพชำรุด หรือไม่เคยได้รับการปรับปรุงมาก่อน และต้องมีความคุ้มค่ากับกับประมาณที่ใช้ปรับปรุง สามารถแก้ไขปัญหาจราจร โดยคำนึงถึงประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันสำคัญ
4. การปรับปรุง หรือก่อสร้างอาคารต่างๆ ของโรงเรียน ในระหว่างดำเนินการปรับปรุงหรือก่อสร้างควรคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ
5. การก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ของโรงเรียน ควรคำนึงถึงพื้นที่ใช้สอย สภาพแวดล้อม การถ่ายเทอากาศ และทัศนะวิสัยของโรงเรียนที่จะเกิดขึ้นหลังการก่อสร้างปรับปรุงด้วย
6. การของบประมาณปรับปรุงลานกีฬา หน่วยรับงบประมาณควรของบประมาณให้ครอบคลุมทั้งในด้านความสะดวก ความปลออดภัย และระบบแสงสว่างที่ได้มาตรฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ
7. หน่วยรับงบประมาณควรสำรวจจำนวนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ให้ทั่วถึงเพื่อทราบจำนวนที่แน่นอน ก่อนขอจัดสรรงบประมาณตามโครงการจัดการจัดการสวัสดิการการสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็ก สตรี ครอบครัว ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุและคนพิการ
8. การขอตั้งงบประมาณประเภทโครงการในงบรายจ่ายอื่น ควรกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมงานเป็นค่ากลางเพราะงบประมาณส่วนใหญ่เป็นค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม เช่น โครงการจัดงานวันสำคัญ อนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมประเพณี
9. การเสนอขอตั้งงบประมาณค่าครุภัณฑ์นอกบัญชีราคามาตรฐาน หน่วยรับงบประมาณสืบราคาจากท้องตลาด 3 ราย โดยผู้เสนอราคามีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีความเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสีย และควรตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง
10. การเปลี่ยนรูปแบบทางระบายน้ำจากรางระบายน้ำรูปตัววี (V-Drain) เป็นแบบเรียบ (เช่น รางระบายน้ำรูปสี่เหลี่ยมแบบมีฝาปิดตะแกรงหรือการปรับสโลปผิวเรียบ) ควรคำนึงถึงถึงความคล่องตัวในการระบายน้ำและโอกาสที่น้ำจะไหลเข้าบ้านเรือนประชาชน
.
.
.
1. การจัดสรรงบประมาณควรมุ่งเน้นให้หน่วยงานมีอุปกรณ์และครุภัณฑ์ที่เพียงพอและเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน โดยพิจารณาจากภารกิจและภาระงานที่เพิ่มขึ้น ไม่ควรจำกัดการพิจารณาเฉพาะการทดแทนครุภัณฑ์ที่ชำรุดหรือเสื่อมสภาพเท่านั้น
2. โครงสร้างตะแกรงเหล็กหรือรั้วตาข่ายในสนามฟุตซอลมักพบปัญหาชำรุดเสียหายได้ง่ายจากแรงกระแทกของลูกฟุตซอล หน่วยงานควรพิจารณาการติดตั้งอวนหรือตาข่ายเพื่อช่วยซับแรงกระแทก จะช่วยยืดอายุการใช้งานของสนาม ลดงบประมาณในการซ่อมบำรุงระยะยาว
3. กรุงเทพมหานครควรเร่งรัดดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายโครงการนำร่องและศึกษาความเป็นไปได้ในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงาน แสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในพื้นที่หรืออาคารและโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อประเมินความคุ้มค่า ผลกระทบ และกำหนดแนวทางการขยายผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
4. การทำรางวีบนผิวจราจรทำให้พื้นที่สำหรับการสัญจรลดลงและอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนที่ใช้สัญจร หน่วยงานควรพิจารณาปรับเปลี่ยนเป็นรางระบายน้ำแบบ (O-Gutter) หรือรางระบายน้ำรูปตัวโอที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการระบายน้ำ
.
.
1. อาคารสำนักงานเขตที่มีอายุการใช้งานเป็นเวลานาน จะมีการของบประมาณปรับปรุงอาคารทุกปีซึ่งเป็นการปรับปรุงซ่อมแซมเพียงด้านกายภาพ แต่ไม่ได้มีการสำรวจระบบไฟฟ้า และประปา ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการสำรวจ สำนักงานเขตควรพิจารณาหาแนวทางเพื่อดำเนินการจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาสำรวจและดำเนินการปรับปรุงในคราวเดียว
2. งบประมาณรายการค่าซ่อมแซมถนน ตรอก ซอย สะพาน และสิ่งสาธารณประโยชน์ ไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กรุงเทพมหานครควรมีการทบทวนกรอบวงเงินให้ครอบคลุมความต้องการในแต่ละพื้นที่
3. อาสาสมัครชักลากมูลฝอยมีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพ แต่ค่าตอบแทนในปัจจุบันยังไม่จูงใจพอที่จะดึงดูดคนทำงานส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนกำลังพล ดังนั้นกรุงเทพมหานครควรมีการพิจารณาปรับเพิ่มค่าตอบแทนให้เหมาะสม เพื่อเป็นมาตรการสำคัญในการสร้างแรงจูงใจทางรายได้ ยกระดับขวัญกำลังใจ และเพิ่มขีดความสามารถในการสรรหาบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงานได้อย่างเพียงพอ
.
1. กรุงเทพมหานครควรส่งเสริมและพัฒนาย่านฝั่งธนบุรีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตริมน้ำที่แตกต่างจากฝั่งพระนครอย่างชัดเจน สมควรได้รับการส่งเสริมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
2. สถานศึกษาควรดำเนินการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและคุณภาพน้ำของตู้ทำน้ำเย็นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่วและรักษามาตรฐานความสะอาดของน้ำดื่มสำหรับนักเรียน
3.สำนักงานเขตควรดำเนินการตรวจสอบควบคุมกำกับดูแลระยะเวลาการเซ็ตตัวและบ่มคอนกรีตของบ่าขอบบ่อท่อระบายน้ำให้ได้ตามมาตรฐานเพื่อป้องกันการยุบตัวหรือแตกร้าวภายหลัง
4. กรุงเทพมหานครควรปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องปรับอากาศระบบ Inverter ในอาคารราชการและโรงเรียน เพราะเมื่อคำนวณแล้วมีความคุ้มค่ากว่า สังเกตุได้จากลักษณะการใช้งานที่ต่อเนื่องอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน ระบบ Inverter ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 7,860 บาท /ปี หากเทียบราคาเครื่องและค่าติดตั้งสูงกว่าระบบธรรมดาประมาณ 10,000 บาท/ เครื่อง ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ย 1.3 ปี (คำนวณจากฐาน ขนาด 30,000 BTU)
——————————-
ผู้ชมทั้งหมด 16 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 16 ครั้ง


