
คกก.วิสามัญงบ กทม. 70 ถกเข้ม! จี้ปรับแผนสัญญาณไฟ-ทางข้ามเน้นความปลอดภัยประชาชน

.





.
1. ราคามาตรฐานครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่ได้กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์ที่เป็นปัจจุบัน ดังนั้นหน่วยงานควรจัดซื้อโดยกำหนด TOR ให้ได้คุณลักษณะเฉพาะที่ดีกว่าที่กระทรวงกำหนดไว้ ซึ่งไม่กระทบกับวงเงินงบประมาณที่ได้รับ
2. หน่วยงานที่เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร ควรเป็นสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ไม่ใช่สำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร เพราะเป็นหน่วยงานที่กำหนดยุทธศาสตร์และแผนต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครในภาพรวม สำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานครควรเป็นผู้ดูแลในเรื่องระบบเท่านั้น
3. หน่วยงานข้าราชการนิยมใช้วิธีจ้างที่ปรึกษาในการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันประชาชนมีความรู้ความสามารถ รวมทั้งมีเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน เช่น AI จึงสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือวิธีการในการดำเนินงานได้รวดเร็ว และอาจใช้เทคโนโลยีบางอย่างมาทำงานแทนบุคลากรในบางหน้าที่ได้ ทำให้ประหยัดเวลาและงบประมาณในด้านบุคลากรและด้านต่าง ๆ มากขึ้น
4. การจัดซื้อครุภัณฑ์นอกมาตรฐานของหน่วยงานควรใช้ราคาที่จัดซื้อปีล่าสุดมาเปรียบเทียบ
5. ครุภัณฑ์นอกมาตรฐานของสำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร ที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ อุปกรณ์เครือข่าย ควรมีการขอให้ผู้เสนอราคาระบุยี่ห้อตามที่ผู้เสนอราคาประสงค์จะนำเสนอด้วย เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบราคาและลักษณะครุภัณฑ์กับยี่ห้ออื่นในท้องตลาดได้ และเพื่อให้หน่วยงานสามารถเลือกครุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานได้
6. เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มูลค่าจะลดลงเรื่อย ๆ ดังนั้น โครงการที่มีลักษณะเป็นการพัฒนาระบบเทคโนโลยีไม่ควรจัดทำเป็นโครงการผูกพันเพราะจะไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ
7. สำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานครควรผลักภาระงานในส่วนที่ไม่มีความชำนาญออกไป โดยอาจใช้วิธีการจ้างเหมาบริการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่าและไปเน้นในเรื่องงานที่อยู่ในภาระหน้าที่ที่จำเป็นต้องดำเนินการ
8. โครงการระบบบริหารจัดการหมายเลข IP Address และ DNS ภายในของกรุงเทพมหานคร เป็นการของบประมาณเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทดแทนของเดิมที่ใช้งานอยู่ และเริ่มชำรุดจากการใช้งานมานาน ทำให้อาจเกิดความเสี่ยงด้านเครือข่าย และมีผลกระทบต่อระบบสารสนเทศด้านการบริการประชาชน โดยจะเป็นการจัดหาหมายเลข IP Address ให้กับหน่วยงานภายในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ระบบมีความเสถียรและปลอดภัยสูง รวมทั้งป้องกันการซ้ำซ้อนของเลข IP แต่รายละเอียดค่าใช้จ่ายของโครงการในส่วนของค่าอุปกรณ์ในใบเสนอราคาบางร้านมีราคาแพงกว่าท้องตลาดมาก และบางร้านกลับมีราคาต่ำกว่าท้องตลาด ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ หากเป็นผู้ได้รับจ้าง รวมทั้งโครงการดังกล่าวจะมีค่าใช้จ่ายด้าน Maintenance ต่อปีสูงมาก สำหรับการใช้งานด้าน IP ทำให้อาจไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ
9. ค่าจ้างใช้บริการวงจรสื่อสัญญาณของกรุงเทพมหานครที่ให้บริการกับทุกหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร อาจมีบางหน่วยงานเปิดใช้งานระบบ Internet ของตัวเอง ซึ่งทำให้ผิดวัตถุประสงค์ในการป้องกันความปลอดภัยด้านข้อมูลของหน่วยงาน
10. นโยบาย Cloud First ของรัฐบาล เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับทุกหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร และเป็นเรื่องที่เกินขีดความสามารถของสำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร ควรเป็นนโยบายของผู้บริหารกรุงเทพมหานครในการผลักดัน และควรมีกำหนดแล้วเสร็จในการจัดทำ เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
11. กรุงเทพมหานครควรเปิด Open Source ในส่วนของ BMA Policy Tracking เพื่อให้หน่วยงานภายนอกสามารถนำไปใช้งานหรือเป็นตัวอย่างในการจัดทำระบบ
12. ตัวชี้วัดของโครงการต่าง ๆ ควรเป็นแบบคุณภาพ เพื่อตอบคำถามว่าทำแล้วประชาชนได้อะไร ไม่ใช่ทำแล้วได้ผลสำเร็จแค่งานที่ทำ
13. ในอนาคตหน่วยงานสามารถใช้งาน WorkD (workD Platform) ระบบการสื่อสารและทำงานร่วมกันแบบรวมศูนย์ (Unified Communication / Collaboration Platform) สำหรับหน่วยงานภาครัฐของไทย ซึ่งมี WorkD Mail ระบบอีเมลองค์กรที่มีความเสถียรและปลอดภัยสูง ซึ่งจะทำให้ประหยัดงบประมาณงานด้านการใช้งานระบบ E-Mail ของกรุงเทพมหานคร
14. โครงการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายสื่อสารของกรุงเทพมหานคร เมื่อเริ่มดำเนินการแล้วสามารถปรับลดการจ้างใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ปีละไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท (ตามที่หน่วยงานนำเสนอ) จึงอยากให้หน่วยงานมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานอื่น ๆ ในสังกัดกรุงเทพมหานคร เช่น สำนักการจราจรและขนส่ง เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุนได้รวดเร็วมากขึ้น
.
จากนั้น คกก.วิสามัญ เสนอว่า สำนักการจราจรและขนส่งควรพิจารณาจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุ ปริมาณการจราจร ปริมาณการใช้ทางข้าม และสภาพแวดล้อมของพื้นที่ประกอบการกำหนดจุดติดตั้ง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเหมาะสมและสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสำนักการจราจรและขนส่งควรจัดทำแผนสำรวจและปรับปรุงทางข้ามถนนอย่างเป็นระบบ โดยจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ตามระดับความเสี่ยงและความจำเป็น พร้อมทั้งประสานสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามผลการดำเนินงาน ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงวิธีการใช้ธงสัญญาณและอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างถูกต้องต่อไป
.
1. รายการค่าบำรุงรักษาระบบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ระบบเครือข่าย และศูนย์ระบบเทคโนโลยีจราจร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เป็นกล้องตรวจจับผู้กระทำความผิด แต่หลังจากบีบอัดไฟล์เพื่อจัดเก็บในฐานข้อมูล ภาพที่จัดเก็บหลังบีบอัดไฟล์เพื่อให้เพียงพอต่อพื้นที่จัดเก็บในหน่วยเก็บข้อมูล อาจไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะเห็นหน้า หรือเลขทะเบียนผู้กระทำผิด จึงควรทบทวนขนาดพื้นที่หน่วยเก็บข้อมูล และความละเอียดคุณภาพของกล้องให้มีความคมชัดเหมาะสมกับการใช้งาน
2. รายการการจัดทำเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก พื้นที่กรุงเทพมหานคร ของบประมาณน้อยเกินไป ซึ่งวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงในเวลากลางคืนได้ดี หากคนข้ามทางในเวลากลางคืน มีการสะท้อนแสงที่ดี สังเกตเห็นผู้ข้ามได้ง่าย เพิ่มความปลอดภัยในการข้ามถนน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน สำนักการจราจรและขนส่งควรให้ความสำคัญในการของบประมาณรายการการจัดทำเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก พื้นที่กรุงเทพมหานครในปีต่อไป
3. การติดตั้งวัสดุอุปกรณ์จราจรเพื่อความปลอดภัยบริเวณจุดเสี่ยงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ควรตรวจสอบจุดติดตั้งให้มีความเหมาะสม ไม่บดบังทัศนวิสัยที่ทำให้ไม่เห็นทาง โดยเฉพาะบริเวณจุดกลับรถ ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงควรทบทวนปรับเนื้องานลง หรือลดปริมาณการติดตั้ง หรือลดความเข้มงวดของบริเวณที่จะติดตั้ง และเนื่องจากเคยขอไปแล้วในปี พ.ศ. 2569 ควรอยู่ในระยะเวลาประกัน สามารถปรับลดได้
4. รายการค่าบำรุงรักษาทางเดินยกระดับ (Sky Walk) ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท และทางเดินยกระดับ (Sky Walk) ส่วนต่อขยายสายสีลม เป็นค่าบำรุงรักษาทางเดินยกระดับ (Sky Walk) ที่บริษัทเอกชนลงทุน แล้วยกให้กรุงเทพมหานคร ควรพิจารณาการรับทรัพย์สินโดยคำนึงถึงภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและทำความสะอาด ซึ่งเป็นภาระของกรุงเทพมหานครที่เพิ่มขึ้นกับกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์
5. รายการติดตั้งดวงโคมสัญญาณไฟจราจรสำหรับคนข้ามทางพร้อมอุปกรณ์นับเวลาสัญญาณไฟจราจร 50 ชุด เป็นแบบ Fixed Time หลังจากประชาชนข้ามพ้นไปแล้ว ยังเหลือเวลาอีก ทำให้รถยนต์ต้องจอดรอ และเนื่องจากหลังจากประชาชนข้ามไปแล้ว เมื่อไม่เห็นคนข้าม ทำให้ผู้ขับขี่บางคนฝ่าสัญญาณไฟจราจร อาจเกิดอันตรายกับคนที่เดินทางมาแล้วข้ามหากเห็นสัญญาณไฟว่าข้ามได้ เนื่องจากมีระบบที่ดีกว่านี้ เป็นระบบแบบ Adaptive ที่จะตัดออกหากไม่มีคนข้ามแล้ว ซึ่งใช้งบประมาณการติดตั้งที่แพงกว่า แต่หากติดตั้งแล้วไม่ต้องเปลี่ยนระบบจะดีกับประชาชนมากกว่า เนื่องจากอุปกรณ์ที่ของบประมาณไม่มีกล้องจับปริมาณรถยนต์ และอุปกรณ์อื่น ๆ ซึ่งยังไม่เพียงพอที่จะปรับเป็นระบบ Adaptive ได้ และควรต้องมีระบบเสียงด้วย เพื่อแจ้งหากเวลาข้ามใกล้หมดจะเกิดเสียงถี่ ๆ เป็นสัญญาณว่าไม่ควรข้ามสำหรับผู้พิการทางสายตา
6. รายการค่าติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ตามสถานที่ต่าง ๆ ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการดิจิทัลก่อน ควรให้ คณะกรรมการดิจิทัลพิจารณา คุณลักษณะเฉพาะ ราคา และเทคนิคการติดตั้ง โดยไม่รวมการพิจารณาจำนวนกล้องที่จะติดตั้ง ซึ่งควรเป็นไปตามความจำเป็นของสำนักการจราจรและขนส่ง
7. รายการค่าบำรุงรักษากล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ต่าง ๆ ควรเปรียบเทียบค่าบำรุงรักษาหากเกิน 2 ปี กับการจัดซื้อใหม่ ซึ่งราคาอาจถูกลง ทันสมัยขึ้น และเป็น การประหยัดค่าบำรุงรักษา เนื่องจากค่าบำรุงรักษากล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) มีค่าบำรุงรักษาแพงขึ้นในทุกปี สำนักการจราจรและขนส่งจึงควรศึกษาการเปลี่ยนจาก การดำเนินการเองในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เป็นการเช่าทั้งหมด ตามคำแนะนำของ In – House จะไม่ต้องเสียค่าบำรุงรักษาและมีการจัดการได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบรับนโยบายของผู้บริหารฯ เรื่อง มหานครแห่งความปลอดภัย และทำให้บริษัทเอกชนที่มารับจ้างได้มาแข่งขันด้านคุณภาพและราคากัน
8. รายการปรับปรุงท่าเทียบเรือในคลองกรุงเทพมหานคร จำนวน 6 แห่ง เป็นการปรับปรุงท่าเรือที่โป๊ะเสียหาย ชำรุด จมน้ำจนไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ควรให้สำนักการจราจรและขนส่งตรวจสภาพโป๊ะอื่น ๆ ที่เหลือ ซึ่งก่อสร้างในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
9. สำนักการจราจรและขนส่ง ดำเนินการโดยเน้นการแก้ไขจุดที่เกิดอุบัติเหตุไปแล้วมากกว่าการวางแผนการจัดการเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ จึงเห็นว่าสำนักการจราจรและขนส่งควรเน้นการป้องกันโดยใช้ข้อมูลอุบัติเหตุ ความเร็ว ปริมาณการจราจร ลักษณะทางกายภาพของถนนและปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ มาวิเคราะห์ร่วมกันในระบบโครงข่าย เพื่อวางแผนป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุรุนแรง
10. สำนักการจราจรและขนส่งควรเพิ่มความครอบคลุมโครงข่ายจุดจอดจักรยานและพิจารณาจากความพร้อมของพื้นที่มากกว่านี้ และควรจัดทำแผนโครงข่ายจักรยาน โดยให้เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า รถโดยสาร ท่าเรือ สถานศึกษา ย่านพาณิชยกรรม แหล่งกิจกรรม เพื่อสนับสนุนการเดินทางแบบ First Mile และ Last Mile ซึ่งควรพิจารณาข้อจำกัดด้านพื้นที่ ความปลอดภัย แสงสว่าง ฯลฯ และจัดลำดับตามความพร้อมของพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนเห็นว่ามีความสะดวก ปลอดภัย และเป็นโครงข่ายเชื่อมโยง การเดินทางเพื่อให้ผู้ขับขี่จักรยานมั่นใจในที่จอดจักรยานทั้งต้นทางและปลายทาง
11. การก่อสร้างศาลาที่พักผู้โดยสารออกแบบตามมาตรฐานที่สำนักการจราจรและขนส่งกำหนด คือ Type C1, Type C2 และ Type C3 แต่ขนาดทางเท้าของกรุงเทพมหานคร มีความกว้างของพื้นที่ที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้รูปแบบของศาลาเป็นชนิดเดียวกัน ซึ่งรูปแบบที่สำนักการจราจรและขนส่งจัดทำไว้ มีเพียงแค่ 3 รูปแบบ หากป้ายรถโดยสารบริเวณใด ไม่เข้าเกณฑ์ จะไม่ได้รับการติดตั้งศาลาที่พักผู้โดยสารบริเวณนั้นเลย ควรพัฒนารูปแบบศาลาที่พักผู้โดยสารให้มีหลายรูปแบบ ตามข้อจำกัดของพื้นที่ โดยยึดหลักความยืดหยุ่นของผู้ใช้ทางเดินเท้า ผู้ใช้รถเข็น การมองเห็นรถโดยสาร ความปลอดภัย ความสามารถในการกันแดดกันฝน และเป็นพื้นที่ทำรายได้ โดยการเช่าป้ายโฆษณา
.
———-
ผู้ชมทั้งหมด 12 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 12 ครั้ง


