skip to Main Content
สภากทม. ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาร่างข้อบัญญัติฯ เรื่องการก่อสร้าง หรือดัดแปลงอาคารเก่า มุ่งสร้างความปลอดภัย และเพิ่มพื้นที่สัญจร

สภากทม. ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาร่างข้อบัญญัติฯ เรื่องการก่อสร้าง หรือดัดแปลงอาคารเก่า มุ่งสร้างความปลอดภัย และเพิ่มพื้นที่สัญจร

⭐️วันที่ 7 ม.ค. 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 1) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง)
.
💡นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารอันมีลักษณะเฉพาะ พ.ศ. …. โดยกล่าวว่า ข้อบัญญัตินี้เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการก่อสร้าง ดัดแปลง อาคารประเภทห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว ที่ก่อสร้างก่อนปี พ.ศ. 2543 ติดถนนสาธารณะให้มีทางเดินด้านหน้าอาคารสำหรับประชาชนใช้สัญจรโดยไม่มีการปิดกั้น ข้อบัญญัตินี้จะทำให้การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารในปัจจุบันมีมาตรฐานในการก่อสร้าง ทั้งในเชิงโครงสร้างที่ต้องแข็งแรงและได้รับมาตรฐาน ความปลอดภัยในด้านการติดตั้งระบบป้องกัน และระงับอัคคีภัย เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย รวมทั้ง การกำหนดพื้นที่ทางเท้าริมถนนสาธารณะที่จะต้องมีความกว้างสุทธิ 1.5 เมตร ซึ่งการกำหนดข้อบัญญัตินี้เกิดขึ้นเนื่องจากสภาพอาคารบางแห่งในปัจจุบันทรุดโทรม ตึกแถวที่สร้างริมถนนทำให้ทางเท้าคับแคบประชาชนสัญจรไม่สะดวก หรืออาคารที่ถูกทิ้งร้าง ไม่มีการปรับปรุงและพัฒนา เนื่องจากติดกฎหมาย เรื่องระยะร่น ที่จอดรถยนต์ ความสูงระหว่างชั้น ทำให้การก่อสร้างหยุดชะงักและถูกทิ้งร้าง ไม่สามารถพัฒนาต่อได้ ส่งผลต่อภาพลักษณ์เมือง กรุงเทพมหานครจึงขอเสนอร่างข้อบัญญัติฉบับนี้ต่อสภากรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
.
✅จากนั้นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ร่วมกันอภิปรายญัตติดังกล่าว อาทิ นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ ได้สอบถามไปยังฝ่ายบริหารว่าได้มีการสำรวจความเห็นจากผู้อยู่อาศัยบริเวณโดยรอบเมืองเก่าที่มีตึกแถวจำนวนมากแล้วหรือไม่ นายตกานต์ สุนนทวุฒิ ส.ก.เขตหลักสี่ กล่าวว่า เห็นด้วยกับฝ่ายบริหาร เพราะอาคารพาณิชย์ในกทม.หลายแห่งมีสภาพเก่าและทรุดโทรม ซึ่งไม่สามารถดัดแปลงได้ เนื่องจากติดระยะร่นและความมั่นคงของโครงสร้าง นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย กล่าวว่า ก่อนจะมีการออกข้อบัญญัติควรจะมีการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเกิดการขัดแย้งกับกฏกระทรวงซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมลงลึกไปในรายละเอียดของข้อบัญญัติหลังจากมีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ กันอย่างรอบคอบ เนื่องจากในเนื้อหาของข้อบัญญัติไม่ได้มีเพียงทางเท้าสาธารณะหรือตึกแถว
.
💡นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงว่า ในการดำเนินการเรื่องข้อบัญญัติดังกล่าวนั้น ได้มีการทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมทั้งการรับฟังข้อเท็จจริงจากสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างถูกต้อง และหากข้อบัญญัตินี้มีข้อความที่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หลังจากผ่านสภาแล้วจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมอาคารของกระทรวงมหาดไทยก่อนที่จะมีผลบังคับใช้
.
✅นายประพฤทธิ์ หาญกิจจะกุล ส.ก.เขตห้วยขวาง ได้ตั้งคำถามถึงการตอบแบบสอบถามว่า ประชาชนมีความเห็นว่าอย่างไรและสามารถส่งให้สภากรุงเทพมหานครพิจารณาเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาหรือไม่ ด้านนายสุทธิชัย วีระกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง อภิปรายว่า ในปัจจุบันมีการซื้ออาคารเก่าแล้วมีการลักลอบดัดแปลง เช่น ดัดแปลงเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ซึ่งหากข้อบัญญัตินี้ประกาศใช้จะเป็นการเอื้อประโยชน์กับผู้ลักลอบหรือไม่ และแต่ละเขตนั้นควรมีการสำรวจว่ามีอาคารประเภทนี้อยู่เท่าไหร่
.
💡นายวิศณุ ชี้แจงว่า ผลสำรวจความคิดเห็นสามารถเข้าดูได้ที่เว็บไซต์ของหน่วยงาน โดยจะมีการนำเอกสารส่งให้คณะกรรมการวิสามัญอีกครั้ง โดยจุดประสงค์ของข้อบัญญัตินี้ร่างขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของเมือง เพิ่มความปลอดภัยของอาคาร ทำให้ตึกมีคุณภาพดีขึ้น มีการควบคุมความสูง ขณะเดียวกันก็ไม่ขัดแย้งกับกฎหมายควบคุมอาคาร ส่วนเรื่องการสำรวจอาคารนั้นจะมีการสั่งการให้สำรวจอีกครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วนั้นอาคารเก่าจะอยู่ริมถนนสายหลักที่ก่อสร้างมานานหลายปี
.
✅ทั้งนี้ สภากรุงเทพมหานครได้เห็นชอบตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ จำนวน 9 คน และกำหนดให้พิจารณาแล้วเสร็จภายใน 60 วัน
————————————

ผู้ชมทั้งหมด 26 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 4 ครั้ง

This Post Has 0 Comments
กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
Back To Top