
วันที่ 7 มกราคม 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 1) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เสนอร่างข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานคร เรื่องการจัดระเบียบการจอดรถ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยกล่าวว่า กรุงเทพมหานครขอเสนอร่างข้อบัญญัติฉบับนี้เพื่อเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องการจัดระเบียบการจอดรถพ.ศ. 2564 ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยเห็นสมควรแก้ไขชื่อถนนที่กำหนดให้เป็นที่จอดรถเพื่อความถูกต้องและกำหนดที่จอดรถเพิ่มเติม รวมทั้งจัดระเบียบการจอดรถในที่จอดรถให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
.



จากนั้นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ร่วมกันอภิปรายญัตติดังกล่าว อาทิ นายสุทธิชัย วีระกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง ตั้งข้อสังเกตุว่า หากข้อบัญญัตินี้ประกาศใช้ จะมีการจัดเก็บรายได้อย่างไรและมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ อีกทั้งหากกรุงเทพมหานครมีที่ดินเป็นของตัวเองจะเป็นเรื่องที่ดีเพื่อเป็นรายได้ของกรุงเทพมหานครต่อไป

ด้านนายตกานต์ สุนนทวุฒิ ส.ก.เขตหลักสี่ กล่าวถึงการบังคับใช้กฎหมายสำหรับผู้ฝ่าฝืนวินัยไม่จ่ายค่าธรรมเนียมจราจรนั้นจะมีการดำเนินการอย่างไร และในกรณีที่จอดรถริมถนนย่านการค้าโดยเจ้าของกิจการยินยอม ซึ่งทำให้เก็บค่าธรรมเนียมจราจรไม่ได้จะมีการดำเนินการอย่างไร
.


ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชี้แจงว่า การจัดเก็บค่าบริการจอดรถของกรุงเทพมหานครปัจจุบันมี 3 วิธี คือ 1. จัดเก็บโดยเจ้าหน้าที่ 2. จัดเก็บโดยใช้ระบบควบคุมการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์แบบอัตโนมัติ และ 3. จัดเก็บโดยใช้เครื่องมือ POS HANDHELD จำนวนถนน 6 สาย โดยจะมีการเพิ่มถนนอีก 16 สาย เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ ไม่มีการจอดแช่ไว้ทั้งวัน โดยรายได้นั้นยังไม่สามารถเป็นรายได้หลักของ กทม. ได้ สำหรับในปี พ.ศ. 2566 กรุงเทพมหานครสามารถจัดเก็บค่าจอดรถได้ 22.33 ล้านบาท ปี พ.ศ. 2567 จัดเก็บได้ 21.65 ล้านบาท และปี พ.ศ. 2568 จัดเก็บได้ 20.55 ล้านบาท เมื่อหักลบค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเพียงประมาณปีละประมาณ 6 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้ กทม. มีที่จอดรถอยู่ 2 แห่ง คือ ที่บางลำพู และสวนมะลิ ซึ่งต้องดูเรื่องการลงทุนที่จอดรถอีกครั้งเนื่องจากที่จอดรถส่วนใหญ่เอกชนดำเนินการอยู่ และในการบังคับใช้กฎหมายปัจจุบันจะใช้วิธีเก็บซึ่งหน้า โดยจะขอไปศึกษารายละเอียดวิธีการบังคับใช้กฎหมายต่อไป
.

ทั้งนี้ สภากรุงเทพมหานครได้เห็นชอบตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณา จำนวน 9 คน และกำหนดให้พิจารณาแล้วเสร็จภายใน 60 วัน
——————————
ผู้ชมทั้งหมด 18 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 2 ครั้ง