skip to Main Content
คกก.พิจารณางบ หวั่นอาหารคนไร้ที่พึ่งไม่พอ หลังอนุกรรมการฯ ปรับลดค่าอาหารบ้านอิ่มใจ ด้านสำนักพัฒนาสังคม ยันไม่กระทบมีผู้บริจาคอาหารทุกวัน

คกก.พิจารณางบ หวั่นอาหารคนไร้ที่พึ่งไม่พอ หลังอนุกรรมการฯ ปรับลดค่าอาหารบ้านอิ่มใจ ด้านสำนักพัฒนาสังคม ยันไม่กระทบมีผู้บริจาคอาหารทุกวัน

📍 วานนี้ (25 ส.ค. 69) ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ในการประชุมคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นายฉัตรชัย หมอดี ประธานคณะกรรมการฯ เป็นประธานการประชุมพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักการศึกษา และสำนักพัฒนาสังคม โดยมีผู้บริหารหน่วยงานร่วมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการขอจัดสรรงบประมาณ
.
🌟 นายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ส.ก.เขตวังทองหลาง ประธานคณะอนุกรรมการฯ เข้ารายงานผลการพิจารณางบประมาณของสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว โดยมีผู้บริหารสำนักฯ เข้าร่วมประชุมชี้แจง คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้สอบถามเหตุผลที่สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวได้ขอถอนคำของบประมาณรายการโครงการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นพื้นที่หรือย่านเก่า ซึ่งรองผู้อำนวยการสำนักฯ ได้ชี้แจงว่า เนื่องจากรูปแบบสื่อประชาสัมพันธ์ที่วางแผนไว้จะเป็นแบบแผ่นพับและแผนที่ สำนักฯ จึงขอถอนรายการเพื่อจะดำเนินการปรับรูปแบบใหม่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น อีกทั้งพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและการเสพสื่อที่เปลี่ยนไป ประกอบกับยังมีรายการคำของบประมาณโครงการส่งเสริมการรับรู้และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ Visit Bangkok ผ่านสื่อออนไลน์อยู่ จึงจะขอดำเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านโครงการนี้ไปก่อน ซึ่ง Visit Bangkok คือ CI ด้านการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร มีช่องทางการสื่อสาร 5 ช่องทาง คือ Youtube Facebook Tiktok Instagram และ Website โดยจะมีการนำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยวางแผนกลยุทธ์การสื่อสาร มีการทำ Content ทั้งคลิปวิดีโอ บทความ และมีการใช้ Influencer ในการช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มกลุ่มเป้าหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น ซึ่งเดิมทีหน่วยงานเป็นผู้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เอง แต่ยังไม่ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย ในประเด็นนี้คณะกรรมการฯ เห็นว่าการจัดทำโครงการไม่มีตัวชี้วัดหรือข้อบ่งชี้ถึงประสิทธิผลและผลสัมฤทธิ์ชัดเจน อีกทั้งโครงการฯ มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้ชาวต่างชาติแต่เมื่อเข้าไปดูคอมเมนต์ส่วนมากมาจากคนไทย และเห็นว่าการประชาสัมพันธ์ควรรวมงบไว้ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นส่วนกลาง เพื่อให้แนวทางประชาสัมพันธ์เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงขอเสนอแขวนโครงการส่งเสริมการรับรู้และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ Visit Bangkok ผ่านสื่อออนไลน์ไว้ก่อน เพื่อพิจารณาในขั้นต่อไป
.
✅ คณะอนุกรรมการฯ ได้ให้ข้อสังเกตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว อาทิ
1.ศูนย์กีฬาที่มีสนามกีฬากลางแจ้ง เมื่อจะดำเนินการปรับปรุงพื้นสนามควรที่จะดำเนินการก่อสร้างหลังคาคลุมพื้นที่สนามในคราวเดียวกัน เพื่อยืดอายุการใช้งานและเพิ่มช่วงเวลาการให้บริการได้มากขึ้น
2.งานปรับปรุงสระว่ายน้ำ ควรพิจารณาเปลี่ยนระบบสระว่ายน้ำจากระบบคลอรีนเป็นระบบเกลือ เพื่อประสิทธิภาพในการดูแลรักษา อายุการใช้งานของระบบและความคุ้มค่าในระยะยาว และควรพิจารณาใช้วัสดุปูพื้นสระว่ายน้ำประเภทไวนิลแทนกระเบื้อง โดยคำนึงถึงคุณสมบัติด้านการกันลื่นและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ
3. ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาการบริหารจัดการกีฬาและการออกกำลังกาย ปัจจุบันหลักเกณฑ์ของนายกสโมสรนักกีฬายังไม่มีความชัดเจน แต่สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว มีการจัดสรรงบประมาณสำหรับจัดอบรมสัมมนานายกสโมสรนักกีฬา ดังนั้นควรมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจนเพื่อเป็นมาตรฐานในการดำเนินการ
4. พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร ควรให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาดของอุปกรณ์และเครื่องเล่นสำหรับเด็ก และมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของการเข้าใช้บริการในสถานที่ของกรุงเทพมหานคร
.
👉 ต่อมา นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ส.ก.เขตคันนายาว ประธานคณะอนุกรรมการฯ เข้ารายงานผลการพิจารณางบประมาณของสำนักการศึกษา โดยมีผู้บริหารสำนักฯ เข้าร่วมประชุมชี้แจง คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้ให้ข้อเสนอในประเด็นการปรับปรุงโครงสร้างอาคารของโรงเรียนให้มีความปลอดภัย ทันสมัยมากขึ้น เพื่อดึงดูดนักเรียนและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับโรงเรียนในสังกัดกทม. อีกทั้งการปรับปรุงภายในโรงเรียน เช่น ห้องเรียน ห้องน้ำ ห้องอาหาร ให้ถูกสุขลักษณะอนามัย หรือ สื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์การเรียนให้เพียงต่อความต้องการของนักเรียน ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต เนื่องจากการศึกษาคือรากฐานชีวิต และยังได้แนะนำให้สำนักการศึกษาต้องทำงานเชิงรุก ควรสั่งการโรงเรียนทั้ง 437 โรงในสังกัดกทม. ให้มีการสำรวจและติดตามนักเรียนที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยว่าเมื่อเรียนจบได้มีการสร้างคุณประโยชน์ให้กับกทม.หรือประเทศหรือไม่ เพราะได้สิทธิในการเรียนฟรี เพื่อชี้ให้เห็นนถึงความคุ้มค่าของภาษีประชาชน
.
✅ คณะอนุกรรมการฯ ได้ให้ข้อสังเกตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของสำนักการศึกษา ดังนี้
1. อาคารเรียนมีอายุการใช้งานแต่ละโรงเรียนไม่เท่ากัน ระบบไฟฟ้ามีการใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน ปัจจุบันมีครุภัณฑ์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อาจเกิดเหตุการณ์สายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าลัดวงจรได้ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ข้าราชการครูและบุคลากร โรงเรียนควรแจ้งสำนักงานเขตหรือสำนักการศึกษาให้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบสภาพของอาคาร สายไฟฟ้า ปลั๊กไฟ ตู้ควบคุมไฟฟ้า ว่ายังสามารถใช้งานได้หรือไม่
2. การติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยเพื่อความปลอดภัยของโรงเรียน สำนักการศึกษาดำเนินการติดตั้งแล้ว 29 โรงเรียน โดยพิจารณาโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนและถนนเข้า-ออก แคบ (กว้างน้อยกว่า 3-4 เมตร) แต่อาคารเรียนของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครก่อสร้างมานาน ระบบป้องกันอัคคีภัยไม่ครอบคลุมตามมาตรฐานความปลอดภัย เห็นควรให้ติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย ทั้ง 437 โรงเรียน เพื่อป้องกันอันตราย ความเสียหาย และความปลอดภัยในชีวิตของบุคลากรทางการศึกษา อาคารและทรัพย์สินของโรงเรียน
3. คุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีทางการศึกษา โครงการทุนเอราวัณ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ควรมีผลคะแนนเฉลี่ยสะสมรวม GPAX (Grade Point Average Cumulative) ต้องไม่น้อยกว่า 3.00 เมื่อจบแล้ว เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู ที่มีความรู้ความสามารถ มีประสิทธิภาพ สามารถถ่ายทอดความรู้ จัดการเรียนการสอนให้นักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
.
👉 นายปภาวิน ติณณ์พิพัฒน์โสภณ ส.ก.เขตห้วยขวาง ประธานคณะอนุกรรมการฯ เข้ารายงานผลการพิจารณางบประมาณของสำนักพัฒนาสังคม โดยมีผู้บริหารสำนักฯ เข้าร่วมประชุมชี้แจง คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้สอบถามประเด็นที่คณะอนุกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาปรับลดงบประมาณรายการค่าอาหารผู้เข้ารับบริการบ้านอิ่มใจ โดยให้เหตุผลว่ารายการดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและปัจจุบันมีผู้บริจาคอาหารให้คนไร้บ้านและกลุ่มเปราะบางเป็นจำนวนมากแล้ว ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคมฯ ได้ชี้แจงว่า บ้านอิ่มใจได้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ทุกวันจะมีผู้ประสงค์นำอาหารมาบริจาคในมื้อกลางวัน เวลา 11.00 น. และมื้อเย็น เวลา 17.00 น. โดยเป็นการจองคิวบริจาคผ่านระบบ เฉลี่ยวันละประมาณ 500-600 กล่อง ซึ่งทุกวันจะมีปริมาณอาหารจำนวนเพียงพอต่อจำนวนผู้เข้าพักที่บ้านอิ่มใจที่รองรับคนไร้บ้านได้มากที่สุด 200 คนและขาจรที่มารับอาหาร รวมแล้วไม่เกิน 400 คน และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขยะจากอาหารที่เกินความจำเป็น สำนักฯ จึงได้มีการปรับลดตามที่คณะอนุกรรมการฯ ได้ให้ข้อสังเกต โดยปรับลดงบประมาณเหลือเพียงอาหารมื้อเช้า ซึ่งจะไม่กระทบต่อโภชนาการของคนไร้บ้าน
.
✅ คณะอนุกรรมการฯ ได้ให้ข้อสังเกตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของสำนักพัฒนาสังคม อาทิ
1. การจัดทำงบประมาณของสำนักพัฒนาสังคมยังไม่ครอบคลุมในการแก้ปัญหาสังคมเมืองได้ครบทุกมิติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจัดซื้อครุภัณฑ์และจัดฝึกอบรม ซึ่งการจัดทำงบประมาณควรคำนึงถึงการสร้างอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมือง ด้านสังคมผู้สูงอายุ ด้านเด็ก การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนเมืองและคนจนเมือง ดังนั้นการจัดทำงบประมาณควรให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาในหลากหลายมิติให้ได้มากที่สุด
2. งบประมาณในการจัดซื้อครุภัณฑ์จากการพิจารณาครุภัณฑ์ของโรงเรียนฝึกอาชีพมีเหตุผลความจำเป็นที่ต้องใช้ในการจัดการเรียนการสอน แต่ครุภัณฑ์นอกมาตรฐาน มีราคาสูงกว่าราคาตลาด เช่น เตาอบไฟฟ้า จักรเย็บผ้า เตาอบแก๊สควบคุมด้วยไฟฟ้า เครื่องปั่นผลไม้ ตู้อบสมุนไพร ชุดเก้าอี้นวดฝ่าเท้า เก้าอี้กลมหมุนสำหรับห้องปฏิบัติการ รถเข็นสเตนเลส ดังนั้น ควรดำเนินการจัดซื้อโดยกำหนดคุณลักษณะให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพเพื่อให้เหมาะสมกับราคา และควรเป็นครุภัณฑ์ที่มีมาตรฐานอุตสาหกรรมในประเทศไทย หรือ มอก.
3. การดำเนินการเกี่ยวกับผู้สูงอายุ เนื่องจากสำนักพัฒนาสังคมมีผลผลิตบ้านพักและศูนย์บริการผู้สูงอายุควรมีการถ่ายโอนภารกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ การฝึกอาชีพผู้สูงอายุ มาจากผลผลิตฝึกอาชีพและพัฒนาฝีมือแรงงาน เพราะจากข้อมูลพบว่าสถิติผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมาเรียนเพื่อใช้เวลาว่าง และซ่อมแซมหรือเย็บปักถักร้อย ในครัวเรือนเท่านั้น ซึ่งไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการฝึกอาชีพ ดังนั้นควรจัดเป็นกิจกรรมของงานผู้สูงอายุหรือดูแลผู้สูงอายุแบบ Day care หรือแบบคอร์สสั้นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้กับวัยทำงานสามารถเข้าถึงการฝึกอาชีพได้มากขึ้น
4. การประชาสัมพันธ์โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครนอกจากประชาสัมพันธ์ทางออนไลน์แล้ว ควรมีการประชาสัมพันธ์ผ่านชุมชนและช่องทางอื่นๆ เพื่อประชาชนที่ขาดโอกาสสำหรับการเข้าถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อมูลเนื้อหาการเรียนในแต่ละหลักสูตรของโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร
5. การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีในปีต่อไปควรคำนึงถึงสัดส่วนงบประมาณที่เหมาะสมกับภารกิจงานที่เพิ่มขึ้นของสำนักพัฒนาสังคม และนโยบายต่างๆ จากรัฐบาล เช่น การดำเนินการดูแลโรงเรียนผู้สูงอายุ การแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง และผู้พิการ เป็นต้น
.
📱 🖥️ สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถติดตามดูการถ่ายทอดสด (Live) การประชุมคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีฯ ครั้งต่อไปได้ทาง Facebook Fanpage และ Youtube สภากรุงเทพมหานคร
—————

ผู้ชมทั้งหมด 16 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 16 ครั้ง

This Post Has 0 Comments
กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
Back To Top