skip to Main Content
ภาคประชาชน “Hack งบ กทม.ปี 70” พบหลายจุดน่าจับตา !

ภาคประชาชน “Hack งบ กทม.ปี 70” พบหลายจุดน่าจับตา !

📍วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง สภากรุงเทพมหานครจัดกิจกรรม Hackathon งบประมาณกรุงเทพมหานคร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายใต้ชื่อ “Hack งบ กทม. ปี 70” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและภาควิชาการร่วมตรวจสอบ วิเคราะห์ และเสนอความเห็นต่อการใช้งบประมาณของ กทม. ซึ่งปีนี้มีวงเงินประมาณ 93,918.92 ล้านบาท โดยมีตัวแทนของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมอย่างคึกคัก
.
🌟น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางซื่อ ในฐานะประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการปักหมุดหมายใหม่ของสภา กทม. และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาร่วม “Hack” ซึ่งเป็นการพิจารณางบประมาณ กทม. โดยข้อมูลและข้อสังเกตที่ได้จากการจัดกิจกรรมจะไม่จบเพียงบนเวที แต่จะถูกนำไปประกอบการพิจารณางบประมาณของสภา กทม.ด้วย นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่การพิจารณางบประมาณในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการวิสามัญฯ จะมีการถ่ายทอดสด หลังจากผลักดันเรื่องดังกล่าวมาหลายปี เพื่อเปิดให้ประชาชนติดตามและตรวจสอบกระบวนการได้มากขึ้น
.
“เราจัดงานนี้เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม และจะไม่ใช่งานสุดท้าย จะพยายามดึงทุกคนเข้ามาเรียนรู้ร่วมกับพวกเราว่า ส.ก. ทำอะไร มีอำนาจมากแค่ไหน และประชาชนก็มีอำนาจในมือของตัวเองเช่นเดียวกัน” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว
.
🌟นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก. เขตบางรัก กล่าวว่า สภา กทม. ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ยิ่งฝ่ายบริหารมีประสิทธิภาพ ฝ่ายตรวจสอบก็ยิ่งต้องเข้มแข็ง มีมาตรฐานและโปร่งใส เพราะงบประมาณ กทม. เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนตั้งแต่ถนน ทางเท้า โรงเรียน ไปจนถึงสถานพยาบาล ทั้งนี้ ส.ก. มีเพียง 50 คน และมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่สามารถเชี่ยวชาญได้ทุกเรื่อง การเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนและภาควิชาการจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้การตรวจสอบงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเปิดรับข้อเสนอและเสียงสะท้อนจากประชาชนอย่างเต็มที่
.
🌟ด้าน ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก. เขตลาดกระบัง กล่าวว่า งบประมาณอาจดูเป็นเรื่องเอกสารที่น่าเบื่อหรือเป็นเรื่องของนักการเมือง แต่แท้จริงแล้วเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตประชาชน เพราะเงินทุกบาทมาจากภาษี การมีโครงการวงเงินสูงระดับพันล้านบาทไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าคุณภาพชีวิตประชาชนจะดีขึ้น จึงต้องตรวจสอบว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์จริงหรือไม่ สำหรับหลักการทำงานของตนมี 3 ส่วน ได้แก่ การผลักดันปัญหาจากเสียงประชาชนให้เกิดการแก้ไขจริง การติดตามโครงการจนถึงที่สุด และการตรวจสอบความโปร่งใส โดยประชาชนสามารถร่วมตั้งคำถามและส่งข้อมูลผ่านช่องทางของสภา กทม. หรือ ส.ก. ในแต่ละเขตได้
.
“ทุกบาททุกสตางค์คือเงินภาษี หยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้าของประชาชน ทุกโครงการจึงต้องผลักดัน ติดตาม และตรวจสอบให้คุ้มค่าที่สุด เพราะเมืองที่ดีคือเมืองที่รับฟังเสียงประชาชนและสามารถตรวจสอบได้ทุกโครงการ” ดร.สุรจิตต์ กล่าว
.
🌟ขณะที่ ดร.เมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก. เขตปทุมวัน กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานในสภา กทม. ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งขณะนั้นมีงบประมาณกว่า 4 หมื่นล้านบาท จนปัจจุบันเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว เห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นมิติใหม่ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจกระบวนการใช้งบประมาณมากขึ้น โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่มีทั้งความหลากหลาย ความเหลื่อมล้ำ และปัญหาซับซ้อนในแต่ละพื้นที่ พร้อมกับระบุว่า สภา กทม. มีลักษณะแตกต่างจากสภาผู้แทนฯ เพราะไม่ได้แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร ดังนั้น ส.ก. ทั้ง 50 เขตต้องร่วมกันทำงาน แม้แต่ละเขตจะได้รับงบประมาณแตกต่างกันตามบริบทและความจำเป็น จึงอยากให้ประชาชนติดตามว่างบประมาณในพื้นที่ของตัวเองถูกใช้คุ้มค่าและตรงกับปัญหาหรือไม่
.
🌟นายฉัตรชัย หมอดี ส.ก. เขตบางนา ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กล่าวว่า บทบาทสำคัญของ ส.ก. คือทั้งผลักดันและตรวจสอบงบประมาณ โดยนำปัญหาจากข้อร้องเรียนของประชาชนสะท้อนไปยังฝ่ายบริหาร เพื่อนำไปสู่การจัดสรรงบแก้ไขปัญหา และต้องตรวจสอบต่อว่างบที่ได้รับสามารถตอบสนองความต้องการและแก้ความเดือดร้อนของประชาชนได้จริงหรือไม่
.
✅ภายในงานยังมีการแบ่งกลุ่มภาคประชาชนร่วมกับทีมงานและ ส.ก. เพื่อระดมความคิดเห็น วิเคราะห์และตรวจสอบรายการงบประมาณตามประเด็นที่แต่ละกลุ่มสนใจ ก่อนนำข้อค้นพบและข้อเสนอขึ้นสรุปบนเวที โดยตัวแทนภาคประชาชนจากแต่ละกลุ่มพื้นที่ได้สรุปผลตรวจสอบงบประมาณ กทม. ปี 2570 พบหลายรายการที่ควรชี้แจงเพิ่มเติม ทั้งความเหมาะสมของราคาครุภัณฑ์ ความจำเป็นของโครงการ ความซ้ำซ้อน และตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ พร้อมเรียกร้องให้ กทม. เปิดเผยสเปก ที่มาราคา และรายละเอียดการใช้งบให้ประชาชนตรวจสอบได้ อีกทั้ง ในช่วงท้ายของกิจกรรม 3 ตัวแทนภาคประชาชน ได้เสนอให้ กทม. เปิดเผยผลลัพธ์ของแต่ละโครงการ พร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้การใช้งบประมาณตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนและเกิดความคุ้มค่าสูงสุด
.
จากนั้น น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวปิดงานว่า วันนี้เราได้รับข้อมูลจากภาคประชาชนจำนวนมาก อาทิ การตรวจสอบงบที่จะทำชุมชนเข้มแข็งจะตรวจสอบอย่างไร ดีใจที่ทุกคนมาร่วมกันลงแรง มาร่วมเรียนรู้กับพวกเรา “สภา กทม.” และยิ่งหากเราวสามารถจัดงานทุกปีประชาชนก็เข้าใจงบประมาณมากขึ้น ทำให้กลับมาสู่เป้าหมายว่าเราจัดงาน Hack งบทำไมนั่นคือการทำให้สภา และ กทม.ให้โปร่งใส สิ่งที่ยั่งยืนที่สุดคือการติดอาวุธให้กับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจงบประมาณไปร่วมกับเรา วันไหนประชาชนเข้าใจงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ วันนั้น กทม. จะมีความโปร่งใสแน่นอน
————————-

ผู้ชมทั้งหมด 10 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 10 ครั้ง

This Post Has 0 Comments
กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
Back To Top