วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยสาม (ครั้งที่ 2) โดยมีนายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาญัตติของนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง เรื่อง ขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญติดตาม กำกับ ดูแลอาคารที่ใช้งานผิดประเภท
.

โดยนายสุทธิชัย กล่าวว่า กทม. มีอาคารสูงขนาดใหญ่และประชาชนใช้สอยกันเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันหลายอาคารได้มีการต่อเติม ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย เมื่อเกิดภัยพิบัติ ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่ผ่านมาจะเห็นเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำให้เกิดความเสียหาย และอาจจะมีอีกหลายแห่งที่เป็นในลักษณะนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. น่าจะมีข้อสรุป เนื่องจากได้ออกนโยบายให้ทุกสำนักงานเขตตรวจสอบดูลักษณะการประกอบอาชีพใกล้เคียงแบบนี้ว่ามีระบบความปลอดภัยอย่างไรบ้าง
.
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลการดำเนินคดีที่ผิด พ.ร.บ.ควบคุมอาคารอีกจำนวนมาก เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ระเบียงปูนชั้น 2 ของอาคารทรุดตัวถล่มลงมาบริเวณถนนเจริญกรุง แถววัดไตรมิตรวิทยาราม เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานว่าเป็นอาคารเก่าโครงสร้างมีลักษณะเป็นโครงสร้างยื่น มีจุดยึดฝั่งเดียว มีการวางของหนักและต่อเติมบนระเบียงหรือไม่ ระเบียงหล่นลงมาทับรถ ชีวิตคนเสียหาย ไม่ควรเกิดขึ้น ถ้ามีการควบคุมดูแลใกล้ชิดทั่วถึง
.
นายสุทธิชัย ยังยกเหตุการณ์ป้ายโฆษณาหักโค่นพื้นที่เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าโรงพยาบาลสัตว์อรุณ , เหตุป้ายโฆษณาถึง 2 ป้ายหักโค่นในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ , เหตุการณ์ที่ชาวบ้านซอยร่วมฤดีร้องเรียนเขตปทุมวันว่า มีการสร้างอาคารสูงเกิน 8 ชั้น ทั้งที่ถนนหน้าโครงการกว้างน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด แม้ศาลจะสั่งให้รื้อแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการ ก่อนสรุปว่าการตั้งคณะกรรมการวิสามัญชุดนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อจับกุมหรือลงโทษ แต่เพื่อป้องกันแก้ไข ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
.

จากนั้น นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย สนับสนุนว่า เรื่องการใช้งานผิดประเภท บางเขตมีหลายร้อยเรื่อง ต้องไปตรวจสอบอาคารเก่า เนื่องจากอาคารพวกนี้มีการดัดแปลง โดยไม่มีการขออนุญาต เราทราบกันอยู่แล้วว่าปูนมีอายุการใช้งาน บางแห่งถูกดัดแปลงเป็นโรงแรม โดยเฉพาะอาคารที่อยู่บริเวณเขตชั้นใน
.
“กลางสำเพ็ง ที่รถดับเพลิงเข้าไม่ได้ มีโรงแรมเกิดขึ้นซึ่งเป็นอาคารเก่าที่ดัดแปลงเป็นโรงแรม แล้วเดินสายไฟ ใช้ไฟมหาศาล ถ้าเกิดเหตุมันจะเกิดอะไรขึ้น ตึกแถวที่ขออนุญาตทำเป็นอาคารพาณิชย์ กลับทำเป็นโรงงานเยอะ ข้อมูลที่ได้มามีการลักลอบดัดแปลง ถ้าจะบอกว่าทำไมหน่วยงานไม่เข้าไปดู เขาจะบอกว่าบุคลากรน้อย” นายนภาพล กล่าว
.

ด้านนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน กล่าวสนับสนุนว่า พวกที่ทำเป็นที่พักอาศัย กั้นห้องเพียงไม่กี่ห้อง แล้วให้แขกมาพัก ตนมองว่า สิ่งที่ทำให้เดินต่อยากคือกิจการที่ไม่ใช่โรงแรมกับกิจการที่ไม่ใช่สถานบันเทิง ทำให้สำนักงานเขตห้ามได้ยาก
.

ส่วนนายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก. เขตทุ่งครุ ได้ยกเหตุการณ์ในเขตของตน ที่ประชาชนแจ้งมาในช่วงเลือกตั้งกทม. ว่ามีอาคารที่ผุกร่อน มีรอยร้าว ตอนนี้เทรนด์ห้องแถวใน กทม. มีค่อนข้างมาก และแนวกันสาดก็อันตราย เนื่องจากคนสมัยก่อนชอบนำกระถางต้นไม้และอ่างอาบน้ำมาวางไว้ที่ระเบียง ตนกังวลว่าจะเกิดเหตุเศร้าขึ้น
.

ขณะที่นายสมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม กล่าวว่า ทุกเขตมีอาคารผิดกฎหมายจำนวนมาก ตนขอเรียกร้องให้ตรวจสอบการสร้างอาคารที่ไม่ตรงแบบ ผิดประเภท ซึ่งตามข้อเท็จจริง พบว่าอาคารบางแห่งมีการปรับเปลี่ยนเป็นสวนน้ำ ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างที่ต้องรับน้ำ ต่างจากอาคารปกติทั่วไป ดังนั้น ผู้ว่าฯ กทม. ต้องสั่งยุติทันที วันนี้ไม่ใช่แค่ตั้งคณะกรรมการฯ แต่ต้องมีการติดตามด้วย
.

ด้านนายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่เคยลงโทษข้าราชการได้เลย มองว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมอาคารต้องมีความรับผิดชอบ ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าผิด ควรดึงคนนั้นเข้ามารับผิดชอบ
.

ท้ายที่สุด ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับญัตตินี้และตั้งคณะกรรมการวิสามัญจำนวน 15 คน ประกอบด้วยฝ่ายบริหาร จำนวน 3 คน ฝ่ายสภา กทม. จำนวน 12 คน และไม่กำหนดกรอบเวลาในการพิจารณา
——————————–
ผู้ชมทั้งหมด 16 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 16 ครั้ง