skip to Main Content

ส.ก.จี้ กทม. แก้ปัญหาน้ำเสียลงคลอง พบ “จอมทอง-วุฒากาศ” วิกฤต ปล่อยน้ำดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็น

วันที่ 21 ม.ค. 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง)
.
💡นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครดำเนินการแก้ไขปัญหาการบำบัดน้ำเสียให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ โดยกล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีการระบายน้ำเสียจากชุมชน บ้านเรือน อาคาร หรือสถานประกอบการต่าง ๆ โดยเชื่อมต่อท่อระบายน้ำลงสู่คลองโดยตรง ไม่ได้ผ่านกระบวนการบำบัดน้ำเสียอย่างเหมาะสม ส่งผลให้น้ำในคลองเกิดความสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น สัตว์น้ำโดยเฉพาะปลาตายเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศทางน้ำ รวมถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน กรุงเทพมหานครควรดำเนินการตรวจสอบ ปรับปรุง และพัฒนาระบบบ่อบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพเพียงพอและครอบคลุมทุกพื้นที่รวมถึงกำหนดมาตรการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการปล่อยน้ำเสียลงสู่คลองโดยตรง
.
💧นายสุทธิชัย ระบุว่า จากการร้องเรียนของชาวบ้าน ตนจึงได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณบ่อสูบน้ำใต้สะพานบางขุนเทียนที่สูบน้ำจากท่อระบายน้ำ ถนนจอมทอง ลงสู่คลองบางขุนเทียนนั้น สังเกตเห็นได้ชัดว่าน้ำมีลักษณะดำและส่งกลิ่นเหม็น เช่นเดียวกันกับสถานีสูบน้ำคลองบางค้อ ถนนวุฒากาศที่มีการปล่อยน้ำเสียโดยไม่บำบัดลงคลอง ซึ่งอาจจะเป็นการกระทำของหน่วยงานกทม.เอง จึงอยากให้ฝ่ายบริหารชี้แจงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น
.
⭐ด้านสมาชิกสภากรุงเทพมหานครร่วมกันอภิปรายแสดงความเห็น อาทิ นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก.เขตยานนาวา อภิปรายเสริมว่า สำนักการระบายน้ำอยู่ระหว่างการปรับปรุงคลองเจริญกรุง 103 เขตบางคอแหลม ซึ่งจะมีการทำเขื่อนค.ส.ล. เสริมทางเดินริมคลอง ทำให้บ้านเรือนบริเวณนั้นต้องต่อท่อน้ำทิ้งจากบ้านลงคลองโดยตรง จึงอยากเสนอให้การปรับปรุงคลองครั้งนี้มีการทำท่อรับน้ำเสียขนานกับคลอง เพื่อแยกระหว่างน้ำดี-น้ำเสีย และนำน้ำเสียไปบำบัดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
⭐นายณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ ส.ก.เขตบางบอน ได้สอบถามฝ่ายบริหารว่า เนื่องจากเขตบางบอนเป็นโซนรับน้ำจากสมุทรสาครเป็นหลัก มีวิธีการที่จะสกัดน้ำเสียจากจังหวัดอื่นไม่ให้เข้าเขตกทม. ได้อย่างไร และนายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ ได้อภิปรายเสริมว่า เขตทุ่งครุก็มีพื้นที่บางส่วนติดกับจังหวัดสมุทรปราการ ได้พบเจอปัญหาน้ำเน่าเสียเช่นกัน จึงอยากให้มีข้อตกลงระหว่าง 2 จังหวัดถึงหน้าที่ความรับผิดชอบในการขุดลอกคลองและดูแลแหล่งน้ำในพื้นที่นั้นด้วย
.
✅นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวชี้แจงว่า จากประเด็นที่สมาชิกกล่าวถึงเป็นพื้นที่ที่มีการปั๊มน้ำจากคลองหนึ่งสู่อีกคลอง ไม่ใช่เป็นการปล่อยน้ำเสียของหน่วยงานกทม. แต่เป็นหนึ่งในกระบวนการระบายน้ำ สำหรับประเด็นการบำบัดน้ำเสีย ภาคครัวเรือนควรมีการบำบัดเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อน เช่น การติดตั้งบ่อเกรอะ บ่อดักไขมัน ภาคอุตสาหกรรมต้องมีการบำบัดน้ำเสียตามกฎหมายและมีกรมควบคุมมลพิษเข้ามาดูแลด้วย ส่วนการทำงานของกรุงเทพมหานครนั้นมีการสร้างโรงบำบัดน้ำเสียส่วนกลางเพื่อลำเลียงน้ำเสียไปบำบัดที่ศูนย์กลางก่อนปล่อยลงคลอง แต่ในขณะนี้อาจกระทำได้แค่กรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งสัดส่วนการบำบัดก็ทำได้เพียง 48% ของน้ำเสียจากทั่วกรุงเทพฯ โดยในอนาคตก็มีแผนขยายเครือข่ายออกไปรอบนอกด้วย
.
✅รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครมีแผนการบำบัดน้ำที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คือ การเพิ่มพื้นที่การบำบัดน้ำเสีย โดยดำเนินการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ ดำเนินการonsite treatment เพิ่มประสิทธิภาพโรงบำบัดน้ำเสียเดิม ก่อสร้างระบบท่อรวบรวมน้ำเสียเพิ่มเติม รวมถึงมีการดำเนินมาตรการทางกฎหมายควบคู่กันด้วย
.
จากนั้นที่ประชุมสภา กทม. จะมีมติเห็นชอบและส่งต่อให้ฝ่ายบริหารพิจารณาดำเนินการต่อไป
—————————————————-

ผู้ชมทั้งหมด 20 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 20 ครั้ง

This Post Has 0 Comments
กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
Back To Top