skip to Main Content
รองผู้ว่าราชการกทม.ร่วมหารือประธานสภากทม.และคณะสก.ถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดี

รองผู้ว่าราชการกทม.ร่วมหารือประธานสภากทม.และคณะสก.ถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดี

รองผู้ว่าราชการกทม.ร่วมหารือประธานสภากทม.และคณะสก.ถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดี

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน 2565 เวลา 15.00 น. ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เข้าหารือนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร และผู้แทน 6 กลุ่มเขต ถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพดี ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขปฐมภูมิในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้มีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองต่อประชาชนในพื้นที่ให้สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสาธารณสุขปฐมภูมิ อาทิ เช่น ราชพิพัฒนโมเดล การจัดทำ motorlance หรือจักรยานยนต์ฉุกเฉินเคลื่อนที่ เพื่อให้รักษาพยาบาลสามารถเข้าถึงประชาชนได้ทันท่วงที อีกทั้งมีแผนการยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขให้มีจำนวนมากขึ้น และมีศักยภาพความพร้อม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

ซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขยังสอดคล้องกับนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และได้นำนโยบายด้านสุขภาพดี 3ข้อ มาใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อน ดังนี้

1.ยกระดับสาธารณสุข เพิ่มการรักษา เพิ่มเวลา และเพิ่มทรัพยากร สำนักอนามัยได้วางแผนการพัฒนาศักยภาพของคลีนิคพิเศษให้บริการเพิ่มเติมจากการบริการทั่วๆไป เช่น คลีนิคตา หู คอ จมูก, คลีนิคสูตินารีเวช โดยจะยกระดับเป็นศูนย์บริการสาธารณสุข ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ให้สามารถลดเวลาการเดินทางไปโรงพยาบาลได้
2. หมอถึงบ้าน ผ่าน Telemedicine
3. การรักษาและส่งต่อผู้ป่วยไร้รอยต่อ ด้วยการบูรณาการข้อมูล โดยสำนักอนามัยจะใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเก็บข้อมูลของผู้ป่วย ยกเลิกการใช้กระดาษในการจองคิวหรือส่งตัวต่อแผนกต่างๆ

ทั้งนี้ ประธานสภากรุงเทพมหานครได้ให้ข้อเสนอแนะกับรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า หากจะให้แต่ละกลุ่มเขตพื้นที่ที่มีศูนย์สาธารณสุขมากกว่าหนึ่งศูนย์ขึ้นไป จะสามารถยกระดับศูนย์สาธารณสุขหนึ่งแห่งมาเป็นโรงพยาบาลขนาดย่อมประจำเขตพื้นที่จะได้หรือไม่ อีกทั้งการดำเนินการพัฒนาระบบสาธารณสุขในครั้งนี้ยังอยากให้คำนึงถึงศักยภาพของตัวศูนย์สาธารณสุข จำนวนศูนย์สาธารณสุขที่อยู่ในแต่ละเขต และจำนวนประชากร รวมถึงอยากให้การยกระดับครั้งนี้ครอบคลุมไปถึงผู้สูงอายุและผู้พิการอีกด้วย

 

ผู้ชมทั้งหมด 24 ครั้ง, ผู้ชมวันนี้ 1 ครั้ง

This Post Has 0 Comments
กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
Back To Top